Tag «สมุนไพรไทย»

สมุนไพรแคหัวหมู สรรพคุณและคุณประโยชน์ดอกแคหัวหมู 3 ข้อ

สมุนไพรแคหัวหมู

สมุนไพรแคหัวหมู

สมุนไพรแคหัวหมู

แคหัวหมู ชื่อวิทยาศาสตร์ Markhamia stipulata var. stipulata จัดอยู่ในตระกูลแคหางค่าง (BIGNONIACEAE)

สมุนไพรแคหัวหมู ยังมีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า แคหมู แคพุงหมู แคหัวหมู (ทั่วๆไป), แคปุ๋มหมู (จังหวัดเชียงใหม่), แคขอน แคหางต่าง แคหางค่าง (เลย), แคอาว (จังหวัดโคราช), ขุ่ย แคว (กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน), แคหมากลิ่ม (เงี้ยว แม่ฮ่องสอน), แคยอดดำ (ภาคใต้) ฯลฯ, และก็อีกข้อมูลหนึ่งได้กล่าวว่าแคหัวหมูยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆอีกว่า แคป่า แคหางค่าง (คนกรุง), แควะ เปาะแควะ (กะเหรี่ยงจังหวัดเชียงใหม่), แคว (กะเหรี่ยง), ตะหย่ากุ๊มีเหมาะสม (กะเหรี่ยงแดง), แคฝอย (ไทลื้อ), แคหางค่าง (ไทใหญ่), ปั้งอ่ะ (ม้ง), ดอกแก ดอกแกป่า (ลั้วะ), ไฮ่ไม้แก้ (ปะหล่อง), ต่าด้าวเดี๋ยง (เมี่ยน) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของแคหัวหมู

  • เปลือกต้นใช้ต้มรับประทานเป็นยารักษาโรคอัมพฤกษ์ (เปลือกต้น)

ประโยชน์ของแคหัวหมู

  • ดอก (กลีบดอกไม้) แล้วก็ผลอ่อนหรือฝักอ่อน เอามาลวกหรือนึ่งรับประทานกับน้ำพริกหรือไม่ก็อาจจะนำไปยำก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะนำดอกมาปิ้งแล้วสับคั่วกับน้ำพริกก็ได้ บ้างก็นำถั่วเน่าที่ตำผสมกับพริกแล้วก็หัวหอมมายัดใส่เอาไว้ภายในดอกแล้วค่อยนำไปปิ้งรับประทานก็ได้ มีความเห็นว่ามีรสขม แม้กระนั้นรสดีเลิศ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำฝักอ่อนมาเผาแล้วขูดขนออก รับประทานร่วมกับน้ำพริก โดยจะมีรสขมน้อย นอกจากนั้นยังคงใช้ดอกนำไปเตรียมอาหาร ดังเช่นว่า การนำมาผัดก็ได้ แต่ว่าไม่นิยมนำไปแกง
  • ไม้แคหัวหมู สามารถนำมาใช้ก่อสร้างบ้านเรือนได้

สมุนไพรกอมก้อห้วย มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า สาบเสือ

กอมก้อห้วย

กอมก้อห้วย

กอมก้อห้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Anisomeles indica (L.) Kuntze (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Epimeredi indicus (L.) Rothm.) จัดอยู่ในตระกูลกะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE)

สมุนไพรกอมก้อห้วย มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า สาบเสือ (จังหวัดสระบุรี), หญ้าฝรั่ง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกอมก้อห้วย

  • ต้นมีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ (ต้น)
  • ใบใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ แก้รูมาติซึม (ใบ)
  • ใช้เป็นยาแก้ไข้ (ต้น)
  • ใบใช้ชงกับน้ำดื่มเป็นยาขับเหงื่อ (ใบ)
  • ต้นใช้เป็นยาขับลม ขับเยี่ยว (ต้น)
  • ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบกอมก้อห้วย เอามาบดพ่นลงบนรอบๆที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย (ใบ)

กล้วยเต่า สมุนไพรไทย ประโยชน์ของต้นกล้วยเต่า 6 ข้อ

กล้วยเต่า

กล้วยเต่า

กล้วยเต่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Polyalthia debilis Finet & Gagnep. จัดอยู่ในวงศ์กระดังงา (ANNONACEAE)

สมุนไพรกล้วยเต่า มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ไข่เต่า (จังหวัดเชียงใหม่), ก้นครก (มหาสารคาม, จังหวัดยโสธร), กล้วยตับเต่า กล้วยเต่า (จังหวัดราชบุรี), ไข่เต่า ตับเต่า ตับเต่าน้อย (ภาคเหนือ), รกคก (ภาคอีสาน) ฯลฯ

สรรพคุณของกล้วยเต่า

  • รากมีรสเย็น ใช้เป็นยาแก้ตัวร้อน ดับพิษไข้ทั้งมวล ดับพิษตานซาง แล้วก็แก้วัณโรค (ราก)
  • ทางภาคอีสานจะใช้เหง้า เปลือก รวมทั้งเนื้อไม้กล้วยเต่า ประยุกต์ใช้เป็นยาแก้ท้องร่วงในเด็ก ถ่ายกะปริบกะปรอยเป็นมูกเลือด (เหง้า, เปลือก, เนื้อไม้)
  • ใช้ต้นหรือรากเอามาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดท้อง (ต้น, ราก)
  • ชาวบ้านในจังหวัดยโสธรจะใช้รากเอามาต้มกับน้ำเป็นยารักษาโรคกระเพาะ (ราก)

ประโยช์จากกล้วยเต่า

  • ผลสุกมีสีเหลือง มีรสหวาน (ในส่วนของเนื้อหุ้มเมล็ด) สามารถเอามากินได้
  • ใช้เป็นอาหารสัตว์ของวัว ควาย คุณประโยชน์ทางของกินที่พบจะมีโปรตีน 12.5%, แคลเซียม 0.39%, ธาตุฟอสฟอรัส 0.22%, โพแทสเซียม 1.23%, ADF 45.9%, NDF 58.4%, DMD 30.9%

กะตังใบ สมุนไพรไทย สรรพคุณใช้ต้มกินเป็นยาแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว

กะตังใบ

กะตังใบ

กะตังใบ

กะตังใบ ชื่อสามัญ Bandicoot Berry

กะตังใบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Leea indica (Burm.f.) Merr. จัดอยู่ในตระกูลองุ่น (VITACEAE)

สมุนไพรกะตังใบ มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ขี้หมาเปียก (จังหวัดนครราชสีมา), ต้างไก่ (จังหวัดอุบลราชธานี), คะนางใบ (จังหวัดตราด),  (กรุงเทพฯ, เมืองจันท์, จังหวัดเชียงใหม่), ช้างเขิง ดังหวาย (จังหวัดนราธิวาส), บังบายต้น บั่งบายต้น (จังหวัดตรัง), ตองจ้วม ตองต้อม (ภาคเหนือ), ไม้ชักป้าน (ไทใหญ่), เหม่โดเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ช้างเขิง (งู), ต้มแย่แงง (เมี่ยน), อิ๊กะ (ม้ง), ช้างเขิง (ฉาน), กระตังใบ, เรือง, เขืองแข้งม้า ฯลฯ

สรรพคุณของกะตังใบ

  • รากมีรสเย็นเมาเบื่อ เป็นยาเย็น ตำราเรียนยาไทยจะใช้เป็นยาขับเหงื่อ หยุดความร้อน แก้ไข้ แก้ไข้รากสาด แก้อาการหิวน้ำ (ราก)
  • อินโดนีเซียจะใช้สมุนไพรประเภทนี้เป็นยาพอกหัวแก้ไข้ (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
  • ชาวม้งจะใช้ลำต้นต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ไอ (ลำต้น)
  • ใบนำปิ้งไฟให้ไหม้เกรียม ใช้เป็นยาพอกหัวแก้วิงเวียน มึน (ใบ)
  • ทั้งยังต้นใช้ผสมกับสมุนไพรจำพวกอื่น ต้มกับน้ำเป็นยารักษาโรคมะเร็งเต้านม (ทั้งยังต้น)
  • น้ำยางจากใบอ่อนใช้รับประทานเป็นยาช่วยสำหรับการย่อย (น้ำยางจากใบอ่อน)
  • รากใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาพาราท้อง ท้องร่วง ท้องเดิน รวมทั้งแก้บิด (ราก) (แบบเรียนยาท้องถิ่นอีสานจะใช้รากผสมกับลำต้นขมิ้นเครือ ลำต้นปวดเมื่อยมองก และก็รากตากวาง อย่างละเสมอกัน ต้มกับน้ำเดือด
  • ใช้ดื่มแก้ท้องเดิน) ส่วนชาวม้งจะใช้ส่วนของลำต้นเอามาต้มกับน้ำเป็นยาแก้อาการท้องเสียรวมทั้งรักษาโรคนิ่ว (ลำต้น)
  • รากและก็ลำต้นใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการเยี่ยวขัดแล้วก็รักษาโรคนิ่ว (รากแล้วก็ลำต้น)
  • รากใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น เอามาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง จนกระทั่งยาหมดรสฝาด จะมีคุณประโยชน์เป็นยาแก้ตกขาวของสตรี โรคมะเร็งมดลูก โรคมะเร็งไส้ (ราก)
  • ใช้ต้มรับประทานเป็นยาแก้ปวดเนื้อปวดตัว (ราก)
  • ใบใช้ตำพอกเป็นยาแก้อาการคันหรือผื่นคันตามผิวหนัง (ใบ)
  • แพทย์ยาท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีจะนำรากมาฝนกับสุราใช้ทารักษาแผลไฟลุก น้ำร้อนลวก (ราก)
  • รากใช้ต้มรับประทานเป็นยาพาราเมื่อยล้าตามร่างกาย (ราก) หรือจะใช้ใบเอามาตำพอกแก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวกล้ามก็ได้ (ใบ)
  • ใบใช้ต้มอาบช่วยทำนุบำรุงร่างกายให้บริบูรณ์ (ใบ)

คุณประโยช์น

  • ผลสุกใช้กินได้ และก็ใช้เป็นเหยื่อสำหรับตกปลา
  • ชาวกะเหรี่ยงแดงจะใช้ใบเอามาต้มให้หมูรับประทาน
  • ใบอ่อน ยอดอ่อน ใช้กินเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือเอามาลวกหรือต้มกิน โดยจะมีรสฝาดมัน
  • นอกเหนือจากนี้ยังมีการใช้รากของต้นกะตัง เอามาตำใส่แผลที่มีหนองของโค ควาย รวมทั้งช้างอีกด้วย

 

 

ที่มา medthai

กูดพร้าว สมุนไพรไทย คุณประโยชน์แก้อักเสบ แก้บวม

กูดพร้าว

กูดพร้าว

กูดพร้าว

กูดพร้าว ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyathea latebrosa (Wall. ex Hook.) Copel. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Alsophila latebrosa Wall. ex Hook., Dichorexia latebrosa (Wall. ex Hook.) C. Presl) จัดอยู่ในตระกูล CYATHEACEAE

สมุนไพรกูดพร้าว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า กูดต้น (ภาคเหนือ), มหาสดำ (ภาคตะวันออกเฉียงใต้), กูดพร้าว (จังหวัดเชียงใหม่) บางที่เรียกว่า “กูดต้นดอยสุเทพ”

สรรพคุณของกูดพร้าว

  • หมอแผนชนบทจะใช้เนื้อไม้เอามาทำเป็นยาแก้ไข้ ใช้ฝนเป็นยาใช้ภายนอกแก้ฝี แก้อักเสบ และก็แก้บวม (เนื้อไม้)

คุณประโยช์จากกูดพร้าว

  • ลำต้นของกูดพร้าวสามารถประยุกต์ใช้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ได้

 

 

ที่มา medthai

กระถินเทศ สมุนไพรไทย สรรพคุณใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร

กระถินเทศ

กระถินเทศ

กระถินเทศ

กระถินเทศ ชื่อสามัญ Cassie, Cassie Flower, Huisache, Needle Bush, Sponge Tree, Sweet Acacia, Thorny Acacia

กระถินเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia farnesiana (L.) Willd. จัดอยู่ในตระกูลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) แล้วก็อยู่ในตระกูลย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE)

สมุนไพรกระถินเทศ มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า เกากรึนอง (จังหวัดกาญจนบุรี), บุหงาอินโดนีเซีย (จังหวัดกรุงเทพ), บุหงาละสะมะนา บุหงาละสมนา (จังหวัดปัตตานี), กระถินเทศ กระถินหอม คำใต้ ดอกคำใต้ (ภาคเหนือ), กระถิน (ภาคกลาง), ถิน (ภาคใต้), กะถิ่นเทศ กะถิ่นหอม (ไทย), มอนคำ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), บุหงาเซียม (มลายู-ภาคใต้), อะเจ๋าฉิ่ว (จีน-แต้จิ๋ว), ยาจ้าวซู่ จินเหอฮวน (จีนกลาง) ฯลฯ

สรรพคุณของกระถินเทศ

  • ตำรายาไทยจะใช้รากกระถินเทศรับประทานเป็นยาอายุวัฒนะ (ราก)
  • ถ้าหากเป็นวัณโรคมีร่างกายอ่อนแอ ให้ใช้รากแห้งราวๆ 15-30 กรัม ต้มเอาน้ำต้มกับเป็ด หรือไก่ หรือเต้าหู้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ใช้รับประทานวันละครั้ง (รากแห้ง)
  • เม็ดเอามาบดให้เป็นผุยผง หรือคั่วรับประทานเป็นของกินธรรมดา จะช่วยลดปริมาณน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือดได้ (เม็ด)
  • ยาขี้ผึ้งจากดอกใช้เป็นยาพาราหัว (ดอก)
  • เปลือกใช้เป็นยาแก้ไอ (เปลือก)
  • ยางจากรากใช้อม รับประทาน บดเป็นยาแก้ไอ แก้เจ็บคอ ช่วยทำให้ปรับคอเปียก (ยางจากราก)หรือใช้ยางเข้ายาแก้ไอ ทุเลาอาการระคายคอ (ยาง)
  • ใช้เป็นยารักษาแผลในคอ (ราก)
  • รากมีคุณประโยชน์ทำให้อ้วก (ราก) บ้างใช้เปลือกเอามาต้มกับหอมหัวใหญ่รับประทานเป็นยาทำให้คลื่นไส้ (เปลือกต้น)
  • เมื่อเป็นโรคเลือดไหลตามไรฟัน ให้ใช้เปลือกต้นราว 1 ส่วน น้ำ 20 ส่วน แล้วผสมกับขิงสดอีก 1 แง่ง ต้มให้เดือด แล้วกรองมัวแต่น้ำใช้บ้วนปากทุกยามเช้าเย็นบ่อยๆ (เปลือกต้น)ส่วนอีกข้อมูลกล่าวว่า ให้นำ
  • รากมาต้มรวมกับขิงใช้อมบ้วนปากแก้เหงือกอักเสบและก็มีเลือดไหล (ราก)
  • ยาท้องถิ่นล้านนาจะใช้รากเอามาต้มกับน้ำอมเป็นยาพาราฟัน (ราก)
  • ใช้เป็นยาแก้โรคปอด (ยาง, รากรวมทั้งเม็ด)
  • ยาชงจากดอกใช้รับประทานแก้อาการของกินไม่ย่อย (ดอก)
  • ฝักดิบจะมีรสฝาดมากมาย เมื่อเอามาต้มกับน้ำดื่มจะมีคุณประโยชน์เป็นยาแก้โรคบิดได้ (ฝักดิบสีเขียว)
  • เปลือกต้นมีรสฝาด ใช้ด้านในเป็นยาแก้ท้องร่วงได้ โดยเอามาต้มเอาน้ำดื่มแทนชา (เปลือกต้น)
  • ดอกใช้แช่กับสุรารับประทานเป็นยาพาราท้อง และก็เป็นยากระตุ้น (ดอก)
  • ใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร (เปลือกต้น)

คุณประโยชน์ของกระถินเทศ

  • มีบ้างที่เอามาปลูกเป็นไม้ประดับทั่วๆไป
  • รากใช้ตำแล้วเอามาพอกที่กีบเท้าวัว ควาย จะสามารถฆ่าหรือคุ้มครองพยาธิได้
  • ฝักประกอบไปด้วยของฝาด (tannin) โดยประมาณ 23% สามารถประยุกต์ใช้เป็นสีย้อมแบบการใช้น้ำฝาดและก็ทำน้ำหมึก มักใช้ผสมในน้ำสุกย้อมผ้า จะได้เป็นสีธรรมชาติเยอะขึ้น ส่วนเปลือกประยุกต์ใช้ฟอกหนัง
  • ดอกสามารถประยุกต์ใช้เป็นสารกำจัดแมลงได้

 

ที่มา medthai

กรามช้าง สมุนไพรไทย ใช้รักษาโรคตับอักเสบชนิดบี

กรามช้าง

กรามช้างกรามช้าง

กรามช้าง ชื่อวิทยาศาสตร์ Smilax blumei A.DC. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Smilax perfoliata Blume) จัดอยู่ในสกุลอาหารมื้อเย็นเหนือ (SMILACACEAE)

สรรพคุณของกรามช้าง

  • ตำรับยาแก้ทอนซิลอักเสบ กำหนดให้ใช้รากกรามช้าง รากตาล รวมทั้งรากไผ่ เอามาฝนน้ำกินเป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ (ราก)
  • ตำรับยาท้องถิ่นล้านนาจะใช้หัวใต้ดินของต้นกรามช้างเอามาฝนหรือหั่นเป็นชิ้นๆโดยใช้ทีละ 2-3 ชิ้น เอามาต้มกับน้ำวันละ 3 ครั้ง เป็นยาแก้ท้องร่วง (หัว)
  • ตำรับยารักษาโรครำมะนาดระบุให้ใช้รากกรามช้าง รากเกล็ดลิ่น รากชุมเห็ดเล็ก รากชุมเห็ดเทศ รากงิ้ว รากถั่วพู รากแตงโหดร้าย รากฟักข้าว รากปอขาว ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว เครืออาหารเย็น ต้นกระไดลิง ต้นมะกอกเผือก เอามาฝนกับน้ำแช่ข้าวเจ้ารับประทานรักษาโรครำมะนาด (ราก)
  • ตำรับยาผีเครือเหลือง กำหนดให้ใช้รากกล้วยกรามช้าง รากก่อเผือก รากคำแสนส่วน รากไค้ตีนกรอง รากช่ำ รากเล็บเหยี่ยว รากมะพร้าว รากมะตูมป่า แก่นชมพู่ แก่นจันทน์แดง แก่นศรีคันไชย แก่นชายหาดเยือง อาหารมื้อเย็น เขาแกงเลียงผา ต้นกระไดลิง ต้นหมากขี้แรด นอแรดเครือ ว่านกีบแรด เอามาฝนกับน้ำข้าวเจ้ารับประทานเป็นยาผีเครือเหลือง (ราก)

ประโยชน์ของกรามช้าง

  • หัวใต้ดินสามารถประยุกต์ใช้แทนหัวอาหารเย็นได้ (รู้เรื่องว่าใช้แทนได้ทั้งยังหัวอาหารเย็นเหนือและก็หัวอาหารมื้อเย็นใต้)

 

 

ที่มา medthai

คอแลน สมุนไพรไทย ใช้เป็นยาระบายช่วยให้ชุ่มคอ

คอแลน

คอแลนคอแลน

 

คอแลน ชื่อสามัญ Korlan

คอแลน ชื่อวิทยาศาสตร์ Nephelium hypoleucum Kurz จัดอยู่ในสกุลเงาะ (SAPINDACEAE)

คอแลน มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า คอลัง กะเบน สังเครียดขอน (ภาคใต้), มะแงๆว มะงัดแงะ หมักงาน บักแงว หมักแวว หมักแงว หมากแงว (ภาคทิศตะวันออก), ลิ้นย่างป่า (ภาคตันออกเฉียงใต้) ฯลฯ ผลไม้ประเภทนี้จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับลิ้นย่าง ลำไย เงาะ มามอนซีโย

คอแลน คือผลไม้เมืองที่มีอากาศร้อน ลักษณะที่คล้ายกับลิ้นจี่แต่ว่าเนื้อภายในจะคล้ายกับเงาะ เนื้อมีรสเปรี้ยว ส่วนเม็ดเป็นพิษไม่สามารถที่จะกินได้

สรรพคุณของคอแลน

  • ช่วยให้ชุ่มคอ
  • ช่วยกระตุ้นการผลิตภูมิคุ้มกัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แล้วก็เพิ่มพลังงาน
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด มันก็เลยเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน
  • ช่วยเสริมสร้างสมาธิ จัดการกับปัญหาสมาธิสั้น
  • ช่วยลดความตึงเครียด
  • ช่วยสำหรับการย่อยของกิน
  • ใช้เป็นยาระบาย
  • ช่วยต่อสู้กับเชื้อหวัดรวมทั้งเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

คุณประโยชน์ของคอแลน

  • ผลแก่ใช้กินเป็นผลไม้ได้ มีรสหวานอมเปรี้ยว
  • ไม้คอแลน เนื้อเหนียว แข็ง แล้วก็ละเอียด สามารถเอาไปใช้ทำเป็นอุปกรณ์ทางการเกษตรได้ ยกตัวอย่างเช่น คันไถ ด้ามเครื่องได้ อื่นๆอีกมากมาย

 

 

ที่มา medthai

คดสัง สมุนไพรไทย

คดสัง

คดสัง

คดสัง

 

คดสัง ชื่อวิทยาศาสตร์ Combretum trifoliatum Vent. จัดอยู่ในตระกูลสมอ (COMBRETACEAE)

สมุนไพรคดสัง มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า เบน เบ็น (ขอนแก่น, มหาสารคาม), เบนน้ำ (จังหวัดอุบลราชธานี), เปือย (จังหวัดนครพนม), บริเวณเหม็นตุด คดสัง (สุราษฎร์), หญ้ายอดคำ (ภาคเหนือ), กรด (ภาคกลาง), จุด ชุด สุด (ภาคใต้) ฯลฯ

สรรพคุณของคดสัง

  • ผลเอามาผสมกับเมล็ดข้าวโพด แล้วทำให้สุก เอามาปั้นเป็นยาลูกกลอนเอามาเคี้ยวเป็นยาบำรุงและก็รักษาเหงือก (ผล)
  • ผลเอามาต้มเอาน้ำอมแก้ปากเปื่อยรวมทั้งเหงือกบวม (ผล)
  • อีกทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรคบิด (ทั้งยังต้น)
  • เปลือกแล้วก็รากใช้ฝนกับน้ำแช่ข้าวรับประทานเป็นยาสมานลำไส้ แก้บิด แก้ท้องเดิน (เปลือกและก็ราก)
  • เปลือกแล้วก็รากใช้ดองกับสุรารับประทานเป็นยาพาราท้อง แก้อาการจุกเสียด (เปลือกและก็ราก)
  • อีกทั้งต้นใช้เป็นยาขับพยาธิ (ทั้งยังต้น)
  • ผลใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน (ผล)
  • รากใช้ปรุงเป็นยาชงรักษาอาการตกขาว และก็ยังคงใช้ชำระล้างอวัยวะสืบพันธุ์ได้ด้วย (ราก)
  • ยาประจำถิ่นจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้ลำต้นคดสังเข้ายากับแก่นมะขาม เบนน้ำ เพกา และก็จำปาขาว ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้นิ่วในไต (ลำต้น)
  • รากใช้ฝนทาแก้ฝีหนอง (ราก)

คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากคดสัง

  • รากใช้ชำระล้างอวัยวะสืบพันธุ์
  • ยอดหรือใบอ่อนคดสังใช้กินสดเป็นผักร่วมกับลาบ ก้อย

 

 

ที่มา.. medthai

ช้างงาเดียว พืชสมุนไพรในป่า สรรพคุณใช้เป็นยารักษากษัย

ช้างงาเดียว

ช้างงาเดียว

 

ช้างงาเดียว ชื่อวิทยาศาสตร์ Luvunga scandens (Roxb.) Buch.-Ham. ex Wight & Arn. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Limonia scandens Roxb. , Luvunga nitida Pierre) จัดอยู่ในตระกูลส้ม (RUTACEAE)

สมุนไพรช้างงาเดียว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ช้างงาเดียว (จันทบุรี), หนามคาใบ (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์), หนามเกียวไก่ หนามคือไก่ (ภาคเหนือ) ฯลฯ

สรรพคุณของช้างงาเดียว

  • รากช้างงาเดียว มีรสขื่นปร่า ใช้เป็นยารักษากษัย (ราก)
  • ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้ แต่ว่ารู้เรื่องว่าเป็นส่วนของราก)
  • รากใช้เป็นยารักษาพิษฝีข้างใน (ราก)
  • ใช้เป็นยาแก้เยี่ยวพิการ (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคไตพิการ (ราก)
  • รากใช้เป็นยาป้องกันโรคหลังการคลอดลูกของสตรี (ราก)
  • ช่วยคลายกล้ามเรียบของลำไส้และก็มดลูก (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้ แต่ว่ารู้เรื่องว่าเป็นส่วนของราก)

 

ที่มา.. medthai

  • ความเห็นล่าสุด

  • คลังเก็บ

  • หมวดหมู่

  • Meta