เข็มแดง คุณประโยชน์และประโยช์จากต้นเข็มแดง 5 ข้อ

เข็มแดง

เข็มแดง

เข็มแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Ixora lobbii Loudon (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Ixora lobbii var. angustifolia King & Gamble) จัดอยู่ในตระกูลเข็ม (RUBIACEAE)

สมุนไพรเข็มแดง มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า เงาะ (สุราษฎร์ธานี), จะปูโย (มลายู-นราธิวาส), ตุโดบุโยบูเก๊ะ (มลายู), เข็มดอกแดง ฯลฯ

คุณประโยชน์ของเข็มแดง

  • รากใช้ปรุงเป็นยาบำรุงไฟธาตุ (ราก)
  • รากใช้เป็นยารักษาตาพิการ (ราก)
  • รากใช้เป็นยาแก้เสลดและก็กำเดา (ราก)
  • รากใช้เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการบวม (ราก)

ประโยช์จากเข็มแดง

  • นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับทั่วๆไปตามชนบท

กะเรกะร่อน คุณประโยชน์และคุณประโยช์จากต้นกะเรกะร่อนด้ามขาว

กะเรกะร่อน

กะเรกะร่อน

กะเรกะร่อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbidium aloifolium (L.) Sw. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cymbidium simulans Rolfe, Epidendrum aloifolium L.) จัดอยู่ในตระกูลกล้วยไม้ (ORCHIDACEAE)

สมุนไพรกะเรกะร่อน มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า เอื้องปากเป็ด (จังหวัดเชียงใหม่), เอื้องด้ามข้าว (จังหวัดลำปาง), กล้วยหางไหล (จังหวัดชุมพร), กาเรการ่อน (ภาคกลาง) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกะเรกะร่อน

  • ใบสดเมื่อนำไปลนไฟให้นุ่มแล้วบีบเอาน้ำมาหยอดหู แก้หูเป็นน้ำหนวก (ใบสด)
  • เม็ดประยุกต์ใช้โรยใส่แผลเพื่อดูดซับเลือดหรือใส่แผลเน่า (ชาวเมี่ยน) (ใบสด)

ประโยช์จากกะเรกะร่อน

  • นอกเหนือจากการที่จะใช้เป็นยาสมุนไพรแล้ว ยังสามารถนำปลูกเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย

ขางคันนา สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยช์จากต้นขางคันนา 5 ข้อ

ขางคันนา

ขางคันนา

ขางคันนา ชื่อวิทยาศาสตร์ Desmodium heterocarpon var. strigosum Meeuwen จัดอยู่ในตระกูลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และก็อยู่ในตระกูลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สมุนไพรขางคันนา มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ขางคันนาแดง (จังหวัดเชียงใหม่), หญ้าตืดหมา (จังหวัดลำปาง), อีเหนียวใหญ่ (ชัยภูมิ), พึงฮวย (จังหวัดชุมพร), เส่งช้างโชก (กะเหรี่ยง จังหวัดลำปาง) ฯลฯ

สรรพคุณของขางคันนา

  • ตำราเรียนยาไทยกล่าวว่า สมุนไพรขางคันนามีรสเมาเฝื่อนฝาด มีคุณประโยชน์เป็นยาแก้เด็กตัวร้อน ดับพิษตานซาง แก้กาฬมูตร (ลำต้นและก็ใบ)
  • ใช้เป็นยาแก้โรคไส้ ใช้ขับพยาธิได้ทุกหมวดหมู่ แล้วก็เป็นยาขับฉี่ (ลำต้นและก็ใบ)
  • ยาพื้นบ้านจะใช้รากขางคันนา เอามาผสมกับรากมะเดื่อดิน รวมทั้งผงปวกหาดทราย ใช้ต้มกับน้ำทีละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง เป็นยาถ่ายพยาธิ (ราก)
  • ยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบแล้วก็ลำต้นขางคันนา เอามาต้มกับน้ำอาบเป็นยาแก้บวมพอง (ลำต้นและใบ)

ประโยช์จากขางคันนา

  • ใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ โดยต้นที่แก่ 45 วัน คุณประโยชน์ทางอาหารจะประกอบไปด้วยโปรตีน 11.9-15.9%, แคลเซียม 1.26-1.49%, ธาตุฟอสฟอรัส 0.18-0.26%, โพแทสเซียม 1.17-1.26%, ADF 38.7-47.3%, NDF 45.8-54.9%, DMD 39.3-39.5%, ลิกนิน 14.2-17.7% ส่วนต้นที่แก่โดยประมาณ 75-90 วัน จะมีโปรตีน 11-12.8%, ไนเตรท 78.4-85 พีพีเอ็ม, ออกซาลิกแอซิด 14.1-22.4 มก.เปอร์เซ็นต์, แทนนิน 4.2-6.1%, ไม่โมสิน 1.17-1.54% และไม่พบไนไตรท์

สมุนไพรกะตังใบ คุณประโยชน์และประโยช์จากต้นกะตังใบ 17 ข้อ

สมุนไพรกะตังใบ

สมุนไพรกะตังใบ

สมุนไพรกะตังใบ

กะตังใบ ชื่อสามัญ Bandicoot Berry

กะตังใบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Leea indica (Burm.f.) Merr. จัดอยู่ในสกุลองุ่น (VITACEAE)

สมุนไพรกะตังใบ มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ขี้หมาเปียก (จังหวัดนครราชสีมา), ต้างไก่ (จังหวัดอุบลราชธานี), คะนางใบ (จังหวัดตราด), กะตังใบ (จังหวัดกรุงเทพ, เมืองจันท์, จังหวัดเชียงใหม่), ช้างเขิง ดังหวาย (จังหวัดนราธิวาส), บังบายต้น บั่งบายต้น (จังหวัดตรัง), โคนงจ้วม ตองต้อม (ภาคเหนือ), ไม้ชักป้าน (ไทใหญ่), เหม่โดเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ช้างเขิง (เงี้ยว), ต้มแย่แงง (เมี่ยน), อิ๊กะ (ม้ง), ช้างเขิง (ฉาน), กระตังใบ, เรือง, เขืองแข้งม้า ฯลฯ

สรรพคุณของกะตังใบ

  • รากมีรสเย็นเมาเบื่อ เป็นยาเย็น ตำรายาไทยจะใช้เป็นยาขับเหงื่อ ระงับความร้อน แก้ไข้ แก้ไข้รากสาด แก้อาการกระหายน้ำ (ราก)
  • อินโดนีเซียจะใช้สมุนไพรจำพวกนี้เป็นยาพอกหัวแก้ไข้ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  • ชาวม้งจะใช้ลำต้นต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ไอ (ลำต้น)
  • ใบนำย่างไฟให้เกรียม ใช้เป็นยาพอกศีรษะแก้วิงเวียน มึน (ใบ)
  • ทั้งยังต้นใช้ผสมกับสมุนไพรประเภทอื่น ต้มกับน้ำดื่มเป็นยารักษามะเร็งเต้านม (ทั้งต้น)
  • น้ำยางจากใบอ่อนใช้รับประทานเป็นยาช่วยย่อย (น้ำยางจากใบอ่อน)
  • รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาพาราท้อง ท้องเดิน ท้องเสีย และก็แก้บิด (ราก) (แบบเรียนยาประจำถิ่นอีสานจะใช้รากผสมกับลำต้นขมิ้นเครือ ลำต้นเมื่อยล้ามองก รวมทั้งรากตากวาง อย่างละเสมอกัน ต้มกับน้ำ
  • เดือดใช้ดื่มแก้ท้องเดิน) ส่วนชาวม้งจะใช้ส่วนของลำต้นเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการท้องเดินรวมทั้งรักษาโรคนิ่ว (ลำต้น)6
  • รากและก็ลำต้นใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้อาการฉี่ขัดและก็รักษาโรคนิ่ว (รากและก็ลำต้น)
  • รากใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น เอามาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง กระทั่งยาหมดรสฝาด จะมีคุณประโยชน์เป็นยาแก้ตกขาวของสตรี โรคมะเร็งมดลูก โรคมะเร็งไส้ (ราก)
  • ใช้ต้มรับประทานเป็นยาแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว (ราก)
  • ใบใช้ตำพอกเป็นยาแก้อาการคันหรือผื่นคันตามผิวหนัง (ใบ)
  • แพทย์ยาพื้นเมืองในจังหวัดอุบลราชธานีจะนำรากมาฝนกับสุราใช้ทารักษาแผลไฟเผา น้ำร้อนลวก (ราก)
  • รากใช้ต้มรับประทานเป็นยาพาราเมื่อยล้าตามร่างกาย (ราก)หรือจะใช้ใบเอามาตำพอกแก้ปวดเมื่อยกล้ามก็ได้ (ใบ)
  • ใบใช้ต้มอาบช่วยบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์ (ใบ)

 

ประโยช์จากกะตังใบ

  • ผลสุกใช้กินได้ และก็ใช้เป็นเหยื่อสำหรับตกปลา
  • คนดอยแดงจะใช้ใบเอามาต้มให้หมูรับประทาน
  • ใบอ่อน ยอดอ่อน ใช้กินเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือเอามาลวกหรือต้มกิน โดยจะมีรสฝาดมัน
  • นอกจากนี้ยังมีการใช้รากของต้นกะตังใบ เอามาตำใส่แผลที่มีหนองของวัว ควาย และก็ช้างอีกด้วย

กล้วยบัวสีชมพู สรรพคุณและประโยช์จากต้นกล้วยบัวชมพู

กล้วยบัวสีชมพู

กล้วยบัวสีชมพู

กล้วยบัวสีชมพู ชื่อสามัญ Flowering Banana

กล้วยบัวสีชมพู ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa ornata Roxb.1 (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Musa rosacea N. J. von Jacquin., Musa speciosa M. Tenore, Musa carolinae A. Sterler, Musa rosea J. G. Baker, Musa rosea Jacq., Musa salaccensis H. Zollinger, Musa mexicana E. Matuda) จัดอยู่ในสกุลกล้วย (MUSACEAE)

สมุนไพรกล้วยบัวสีชมพู มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า กล้วยบัว (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) ฯลฯ

สรรพคุณของกล้วยบัวสีชมพู

  • แพทย์ตามชนบทจะใช้กาบหัวปลี ผล และก็รากของกล้วยบัวสีชมพู เป็นยาแก้ท้องเสียในเด็กได้อย่างดีเยี่ยม (หัวปลี, ผล, ราก)

ประโยช์จากกล้วยบัวสีชมพู

  • นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วๆไป โดยนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมานานแล้ว ก่อนการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ (ตั้งในปี 1824) อันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีชื่อวิทยาศาสตร์ไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อ Musa rosacea Jacq. ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีในวงการไม้ดอกไม้ประดับ นอกจากนั้นยังมีลูกผสมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกล้วยบัวสีชมพูจำนวนมาก จนถึงทำให้ใบแต่งแต้มแต่ละประเภทมีหลากหลายสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำพวกที่ผสมขึ้นมาเองเพื่อเป็นไม้ตัดดอกแล้วเอามาตั้งชื่อเป็น Musa ornata และก็ตามด้วยลูกผสมอื่นๆดังเช่น African Red, Bronze, Costa Rican Stripe, Macro, Lavender Beauty, Leyte White ฯลฯ

เกล็ดมังกร คุณประโยชน์และประโยช์จากต้นเกล็ดมังกร 6 ข้อ

เกล็ดมังกร

เกล็ดมังกร

เกล็ดมังกร คุณประโยชน์และประโยช์จากต้นเกล็ดมังกร 6 ข้อ

เกล็ดมังกร ชื่อวิทยาศาสตร์ Dischidia minor (Vahl) Merr. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Dischidia nummularia R. Br.) จัดอยู่ในตระกูลตีนเป็ด (APOCYNACEAE) รวมทั้งอยู่ในสกุลย่อยนมตำเลีย (ASCLEPIADOIDEAE – ASCLEPIADACEAE)

สมุนไพรเกล็ดมังกร มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า กะปอดไม้ (จังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดชุมพร), อีแปะ (จันทบุรี), กระดุมเสื้อ เกล็ดลิ่น (ชัยภูมิ, จังหวัดอุบลราชธานี), หญ้าเกล็ดลิ่น (จังหวัดชลบุรี), เบี้ยไม้ กับม้ามลม (ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), เกล็ดมังกร เบี้ย (ภาคกลาง), ปิติ้ (มลายู-จังหวัดนราธิวาส) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของเกล็ดมังกร

  • ตำรายาไทยจะใช้ทั้งยังต้นเป็นยาทำลายพิษไข้ พิษไข้กาฬ (ไข้ที่มีตุ่มที่ผิวหนัง ตุ่มอาจมีสีดำ) (ทั้งต้น)
  • อีกทั้งต้นใช้เป็นยาแก้พิษตานซาง (โรคพยาธิในเด็กที่มีลักษณะอาการไม่อยากกินอาหาร ไม่ค่อยกินอาหาร อ่อนแรง พุงโรก้นแฟบ ผอมแห้ง ซูบซีด ท้องร่วง ตกใจง่าย อุจจาระแตกต่างจากปกติ อาจมีเหม็นคาวจัด รวมทั้งถูกใจทานอาหารคาว) (อีกทั้งต้น)
  • ยาสมุนไพรพื้นเมืองจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้ทั้งยังต้นเกล็ดมังกรเข้ายาแก้โรคตับทุพพลภาพ (ทั้งยังต้น)
  • ใบสดของต้นเกล็ดมังกรเอามาตำให้ละเอียดแล้วก็ใช้เป็นยาพอกรอบๆที่เป็นแผลพุพอง (ใบสด)
  • ลำต้นใช้เป็นยาแก้อักเสบรวมทั้งปวดบวม (ลำต้น)
  • ทั้งยังต้นใช้เป็นยาแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย (ทั้งยังต้น)

กระท้อน สรรพคุณและประโยช์จากกระท้อน 14 ข้อ

สมุนไพรกระท้อน

สมุนไพรกระท้อน

สมุนไพรกระท้อน

กระท้อน ชื่อสามัญ Santol, Sentul, Red sentol, Yellow sentol

กระท้อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr. จัดอยู่ในสกุลกระท้อน (MELIACEAE)

กระท้อน มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า สะตู สตียา (จังหวัดนราธิวาส), สะโต (จังหวัดปัตตานี), เตียนล่อน สะท้อน (ภาคใต้), มะติ๋น (ภาคเหนือ), มะต้อง (จังหวัดอุดรธานี, ภาคเหนือ) ฯลฯ

สรรพคุณของกระท้อน

  • ใช้ทำเป็นยาธาตุ (ราก)
  • ใช้ใบสดต้มอาบแก้ไข้ (ใบ)
  • ช่วยขับเหงื่อ (ใบ)
  • รากกระท้อนช่วยแก้บิด (ราก)
  • ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก)
  • ใช้ทำเป็นยาขับลม (ราก)
  • กระท้อนมีคุณประโยชน์ใช้เป็นยาฝาดสมาน (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ขี้กลากโรคเกลื้อน (เปลือก)
  • หลายส่วนของกระท้อนมีคุณประโยชน์ออกฤทธิ์แก้อาการอักเสบ
  • สารสกัดจากเม็ดกระท้อนมีฤทธิ์เป็นสารกำจัดแมลง
  • สารสกัดจากกิ่งกระท้อนส่งผลยั้งโรคมะเร็งในหลอดทดสอบได้

 

ประโยช์จากกระท้อน

  • กระท้อนมีคุณประโยชน์ ผลใช้กินเป็นของกิน ใช้ทำครัวคาวหวานได้หลากจำพวก ได้แก่ แกงคั่ว แกงฮังเล ผัด ตำกระท้อน ส่วนของว่างก็ยกตัวอย่างเช่น กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนดอง กระท้อนกวน กระท้อนแช่อิ่ม เยลลี่กระท้อน แยมกระท้อน น้ำกระท้อน หรือใช้รับประทานคือผลไม้สดก็ได้เหมือนกัน (ผล)
  • ผลดีกระท้อน ลำต้นใช้ทำเป็นไม้ใช้สอยต่างๆเป็นต้นว่า ทำไม้บอร์ด ฯลฯ (ต้น)
  • คุณประโยชน์ของกระท้อน กระท้อนคือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว มีฤทธิ์เย็น ก็เลยเหมาะสมกับคนที่กำเนิดในส.ค. ก.ย. และก็เดือนตุลาคม ซึ่งธาตุเจ้าเรือนอยู่ในธาตุน้ำ

สมุนไพรแคหัวหมู สรรพคุณและคุณประโยชน์ดอกแคหัวหมู 3 ข้อ

สมุนไพรแคหัวหมู

สมุนไพรแคหัวหมู

สมุนไพรแคหัวหมู

แคหัวหมู ชื่อวิทยาศาสตร์ Markhamia stipulata var. stipulata จัดอยู่ในตระกูลแคหางค่าง (BIGNONIACEAE)

สมุนไพรแคหัวหมู ยังมีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า แคหมู แคพุงหมู แคหัวหมู (ทั่วๆไป), แคปุ๋มหมู (จังหวัดเชียงใหม่), แคขอน แคหางต่าง แคหางค่าง (เลย), แคอาว (จังหวัดโคราช), ขุ่ย แคว (กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน), แคหมากลิ่ม (เงี้ยว แม่ฮ่องสอน), แคยอดดำ (ภาคใต้) ฯลฯ, และก็อีกข้อมูลหนึ่งได้กล่าวว่าแคหัวหมูยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆอีกว่า แคป่า แคหางค่าง (คนกรุง), แควะ เปาะแควะ (กะเหรี่ยงจังหวัดเชียงใหม่), แคว (กะเหรี่ยง), ตะหย่ากุ๊มีเหมาะสม (กะเหรี่ยงแดง), แคฝอย (ไทลื้อ), แคหางค่าง (ไทใหญ่), ปั้งอ่ะ (ม้ง), ดอกแก ดอกแกป่า (ลั้วะ), ไฮ่ไม้แก้ (ปะหล่อง), ต่าด้าวเดี๋ยง (เมี่ยน) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของแคหัวหมู

  • เปลือกต้นใช้ต้มรับประทานเป็นยารักษาโรคอัมพฤกษ์ (เปลือกต้น)

ประโยชน์ของแคหัวหมู

  • ดอก (กลีบดอกไม้) แล้วก็ผลอ่อนหรือฝักอ่อน เอามาลวกหรือนึ่งรับประทานกับน้ำพริกหรือไม่ก็อาจจะนำไปยำก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะนำดอกมาปิ้งแล้วสับคั่วกับน้ำพริกก็ได้ บ้างก็นำถั่วเน่าที่ตำผสมกับพริกแล้วก็หัวหอมมายัดใส่เอาไว้ภายในดอกแล้วค่อยนำไปปิ้งรับประทานก็ได้ มีความเห็นว่ามีรสขม แม้กระนั้นรสดีเลิศ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำฝักอ่อนมาเผาแล้วขูดขนออก รับประทานร่วมกับน้ำพริก โดยจะมีรสขมน้อย นอกจากนั้นยังคงใช้ดอกนำไปเตรียมอาหาร ดังเช่นว่า การนำมาผัดก็ได้ แต่ว่าไม่นิยมนำไปแกง
  • ไม้แคหัวหมู สามารถนำมาใช้ก่อสร้างบ้านเรือนได้

สมุนไพรกัญชาเทศ มีชื่อเรียกอื่นว่า ส่าน้ำ (เลย), กัญชาเทศ (ราชบุรี), ซ้าซา

สมุนไพรกัญชาเทศ

สมุนไพรกัญชาเทศ

สมุนไพรกัญชาเทศ

กัญชาเทศ ชื่อสามัญ Motherworth, Siberian Motherwort, Greasy-bush, Lion’s Tail, Honeyweed ฯลฯ

กัญชาเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Leonurus sibiricus L. จัดอยู่ในตระกูลกะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE)

สมุนไพรกัญชาเทศ มีชื่อเรียกอื่นว่า ส่าน้ำ (เลย), กัญชาเทศ (จังหวัดราชบุรี), ซ้าซา (จังหวัดนครพนม), เอิยะบ่อเช่า (จีนแต้จิ๋ว), อี้หมูเฉ่า (จีนกลาง) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกัญชาเทศ

  • ทั้งยังต้นและก็เม็ดมีรสหอมขมรวมทั้งเผ็ดนิดหน่อย เป็นยาเย็น มีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุง ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ฟอกโลหิต ช่วยขับลม ใช้เป็นยาขับเยี่ยว แก้ฉี่เป็นเลือด ขับประจำเดือน แก้เมนส์มาไม่ดีเหมือนปกติ ทุเลาลักษณะของการปวดเมนส์เหตุเพราะเส้นโลหิตของมดลูกมีการตันแล้วก็เป็นต้นเหตุทำให้ปวดระดู ช่วยแก้ลักษณะของการปวดท้องข้างหลังคลอดลูก ช่วยขับน้ำคร่ำข้างหลังการคลอดลูก แล้วก็ส่งผลทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย รักษาไตอักเสบในพื้นฐาน แก้บวมน้ำ รวมทั้งใช้เป็นยาพาราเมื่อยล้า โดยส่วนมากจะนิยมใช้ใบมากยิ่งกว่าราก (ทั้งยังต้นเหนือดิน)
  • เม็ดกัญชาเทศมีรสหวานรวมทั้งฉุน ใช้เป็นยาลดระดับความดันเลือดสูง แก้เมนส์ผิดปกติ1 ช่วยขับรอบเดือน ขับน้ำเหลืองเสีย รวมทั้งรักษาแผลต่างๆ(เม็ด)
  • รากรวมทั้งใบใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ลักษณะของการปวดหัว แล้วก็เป็นยาขับลม (รากแล้วก็ใบ)
  • ตำรายาพื้นเมืองจะใช้อีกทั้งต้นที่อยู่เหนือดิน 3-4 กิ่ง เพิ่มเติมน้ำ 3 ถ้วย ต้มพอให้เดือด ใช้ดื่มทีละ 1 ถ้วย วันละ 3 ครั้ง เป็นยาแก้ไข้ไข้จับสั่น (อีกทั้งต้นเหนือดิน)
  • ส่วนการนำมาใช้ด้านนอกจะใช้ใบเป็นยารักษาพิษฝีหนองของผิวหนัง (ใบ)

สมุนไพรกอมก้อห้วย มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า สาบเสือ

กอมก้อห้วย

กอมก้อห้วย

กอมก้อห้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Anisomeles indica (L.) Kuntze (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Epimeredi indicus (L.) Rothm.) จัดอยู่ในตระกูลกะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE)

สมุนไพรกอมก้อห้วย มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า สาบเสือ (จังหวัดสระบุรี), หญ้าฝรั่ง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกอมก้อห้วย

  • ต้นมีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ (ต้น)
  • ใบใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ แก้รูมาติซึม (ใบ)
  • ใช้เป็นยาแก้ไข้ (ต้น)
  • ใบใช้ชงกับน้ำดื่มเป็นยาขับเหงื่อ (ใบ)
  • ต้นใช้เป็นยาขับลม ขับเยี่ยว (ต้น)
  • ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบกอมก้อห้วย เอามาบดพ่นลงบนรอบๆที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย (ใบ)