คลอโรฟิลล์ ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากคลอโรฟิลล์ 27 ข้อ

คลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์เป็นอย่างไร คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)หมายถึงคลอโรพลาสเม็ดเล็กๆมีสีเขียวซึ่งอยู่ในเซลล์พืช เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชที่เกิดขึ้นมาจากวิธีการทำอาหารของพืชภายหลังจากได้รับแสงอาทิตย์ โดยสูตรส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์จะมีลักษณะที่ละม้ายกับสูตรส่วนประกอบของสารประกอบ Heme ที่เป็นองค์ประกอบหลักของเม็ดเลือดแดงของคนเราเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ค้นพบสารนี้เป็นคนแรกเป็นต้นว่านักวิทยาศาสตร์ชื่อ ฮานส์ ฟิชเชอร์ (Hans fischer)

มั่นใจว่าถ้าร่างกายของพวกเราได้รับคลอโรฟิลล์เข้าไปก็จะไปเป็นสารขึ้นต้นสำหรับเพื่อการสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกาย โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อกำเนิดความผิดพลาดสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดง เป็นต้นว่า ในภาวะโลหิตจาง ฯลฯ ปกติแล้วภายในร่างกายของพวกเราจะมีการสร้างแล้วก็ทำลายเซลล์มากยิ่งกว่า 2.5 ล้านเซลล์ โดยเฉพาะคนที่ร่างกายทำงานมาก เม็ดเลือดแดงภายในร่างกายก็จะถูกทำลายมากเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งร่างกายของพวกเราก็ควรมีการผลิตขึ้นมาตอบแทนในปริมาณเท่าๆกัน ตลอดระยะเวลา แม้กระนั้นเมื่อใดที่ร่างกายของพวกเรามีความผิดพลาดสำหรับในการสร้างเม็ดเลือดแดง ต้นเหตุบางทีก็อาจจะมาจากการขาดสารเริ่มอย่างคลอโรฟิลล์ เมื่อปลดปล่อยให้มีความผิดพลาดเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆก็จะก่อให้ร่างกายกำเนิดความผิดแปลกตามมา เพราะว่าเม็ดเลือดแดงนับว่าเป็นระบบคมนาคมของกินที่สำคัญอย่างยิ่งภายในร่างกาย

แต่ว่าก็มีข้อพิพาทออกมาว่าสารสกัดจากคลอโรฟิลล์นั้นไม่อาจจะใช้ประโยชน์สร้างเม็ดเลือดแดงได้ เพราะมันมีส่วนประกอบขององค์ประกอบแล้วก็หน้าที่ไม่เหมือนกับเม็ดเลือดแดงอย่างสิ้นเชิง เพราะเหตุว่าหน้าที่หลักของคลอโรฟิลล์นั้นช่วยสำหรับในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชแค่นั้น

ประโยช์จากคลอโรฟิลล์

  • เชื่อช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส
  • มั่นใจว่ามีส่วนช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
  • ช่วยลดลางเลือนรอยคล้ำรอบดวงตา
  • ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย
  • ช่วยลดอาการภูมิแพ้ โรคหอบหืด แพ้อากาศ
  • ช่วยเพิ่มปริมาณของเม็ดเลือดแดงให้สมดุล
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยกำจัดพิษในร่างกาย
  • มีส่วนช่วยสำหรับในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ
  • มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • มีส่วนช่วยบรรเทาลักษณะของการปวดหัวรวมทั้งไมเกรน
  • ช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิดเส้นโลหิตหัวใจแคบหรือเส้นโลหิตขอด
  • ช่วยลดปัญหากลิ่นเต่าหรือกลิ่นที่เกิดขึ้นมาจากอวัยวะภายในร่างกาย
  • ใช้เป็นยาดับกลิ่นปาก (ได้ผลน้อยมาก)
  • ช่วยลดกรดในกระเพาะและก็ไส้
  • ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายปฏิบัติงานได้อย่างปกติ
  • มีส่วนช่วยทุเลาแล้วก็รักษาโรคท้องผูก
  • ช่วยบรรเทาลักษณะของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • ช่วยบรรเทาลักษณะของการปวดประจำเดือน
  • คุณประโยชน์ของคลอโรฟิลล์ ช่วยทำความสะอาดรอยแผลให้สะอาดได้ดียิ่งไปกว่าสารประเภทอื่น
  • มีส่วนช่วยป้องกันโรคตับอักเสบรวมทั้งไตวาย
  • มีส่วนช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ
  • มีฤทธิ์สำหรับการต่อต้านการได้รับเชื้อต่างๆ(แต่ว่ามีคุณภาพน้อยมากๆ)
  • ช่วยฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย
  • ใช้รักษาแผลรวมทั้งช่วยการสมานรอยแผล ให้แผลหายไวกว่าธรรมดา
  • ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นของแผล
  • ช่วยลดอาการเป็นพิษหรือผลกระทบจากยาบางจำพวกได้

 

ที่มา.. medthai

กระดอม สรรพคุณรวมทั้งประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากกระดอม 26 ข้อ

กระดอม

กระดอม

กระดอม หรือ ลูกกระดอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Gymnopetalum chinensis (Lour.) Merr. (ชื่อพ้อง Gymnopetalum cochinchinense (Lour.) Kurz) จัดอยู่ในตระกูลแตง (CUCURBITACEAE)

สมุนไพรกระดอม มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ขี้กาป่าดง ขี้กาน้อย (จังหวัดสระบุรี), ผักแคบป่า (น่าน), ขี้กาลาย (จังหวัดโคราช), ดอม (นครศรีธรรมราช), ผักขาว (จังหวัดเชียงใหม่), มะนอยหก มะนอยหกฟ้า (แม่ฮ่องสอน), มะนอยจา (ภาคเหนือ), ขี้กาเหลี่ยม (ภาคอีสาน) ฯลฯ มีเขตการกระจายชนิดในประเทศประเทศอินเดีย พม่า ศรีลังกา ภูมิภาคมาเลเซีย รวมทั้งภูมิภาคอินโดจีน ส่วนในประเทศเทศไทยนั้นมีการกระจัดกระจายประเภทอยู่ทั่วทุกภาค

สรรพคุณของกระดอม

  • ผลใช้ต้มน้ำกินช่วยทำนุบำรุงเลือด (ผล)
  • เม็ดใช้เป็นยาบำรุงธาตุภายในร่างกาย (เม็ด) หรือจะใช้รากก็ได้ด้วยเหมือนกัน
  • ช่วยดับพิษเลือด (ผลอ่อน) บางข้อมูลกล่าวว่าใช้รากก็ได้
  • ช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย ช่วยปรับเลือดเย็น (ผลอ่อน)
  • ช่วยแก้ไข้ แก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ผลแห้งราว 15-16 ผล (หนักราว 10 กรัม) เอามาต้มกับน้ำพอควร แล้วต้มน้ำให้เหลือ 1 ใน 3 แล้วเอามาดื่มก่อนที่จะรับประทานอาหารช่วงเวลาเช้าแล้วก็เย็น หรือในตอนที่มีลักษณะอาการไข้ (ผลอ่อน) บางข้อมูลกล่าวว่ารากก็มีคุณประโยชน์แก้ไข้ได้เช่นเดียวกัน
  • เม็ดเอามาต้มกับน้ำ ใช้กินเป็นยาลดไข้ (เม็ด)
  • ใบกระดอมนำมาคั้นมัวแต่น้ำ ใช้หยอดตาแก้อาการตาอักเสบได้ (ใบ)
  • ช่วยขับน้ำลาย (เม็ด)
  • ผลช่วยแก้อาการสะอึก (ผลอ่อน)
  • ผลอ่อนช่วยสำหรับการเจริญอาหาร (ผลอ่อน)
  • ช่วยสำหรับในการย่อยของกิน (เม็ด) แต่ว่าบางข้อมูลบอกว่าใช้รากก็ได้
  • เม็ดช่วยขับน้ำดี (เม็ด)
  • ผลอ่อนมีรสขม ช่วยบำรุงรักษาน้ำดี (ผลอ่อน)
  • ช่วยแก้ดีฝ่อ ดีแห้ง อาการบ้าเพ้อ ผีเข้าผีออก (ผลอ่อน)
  • เม็ดช่วยรักษาโรคสำหรับในการแท้งลูก (เม็ดราก)
  • ผลกระดอม คุณประโยชน์ช่วยรักษามดลูกภายหลังการคลอดลูกหรือแท้งลูก (ผลอ่อน)
  • ช่วยทำนุบำรุงมดลูก (ผลอ่อน)
  • ช่วยทำนุบำรุงนมของสตรี (ผลอ่อน)
  • ช่วยทำลายพิษไม่ถูก แก้เป็นพิษ (ผลอ่อน)
  • เม็ดจู๋มช่วยแก้พิษแสดง ใช้เป็นยาทำลายพิษจากการกินผลไม้ที่เป็นพิษ ใช้ทำลายพิษจากพืชเป็นพิษประเภทต่างๆ(เม็ด)
  • ใบช่วยแก้พิษโรคบาดทะยัก (ใบ)
  • ในประเทศอินเดียใช้รากกระจู๋มแห้งที่เอามาบดผสมกับน้ำร้อน ใช้เป็นยาใช้ภายนอกเช็ดนวดตามกล้ามที่มีลักษณะอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว (ราก)
  • สมุนไพรกระดอมเป็นองค์ประกอบหนึ่งในตำรับยาแก้ไข้จันทน์ลีลา ตำรับยาหอมนวโกฐ รวมทั้งตำรับยาหอมอินทจักร์
  • ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของสมุนไพรกระดอม ช่วยยั้งการจับกุมกันของเกล็ดเลือดแล้วก็ช่วยปรับกล้ามเรียบหดตัว

คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากกระดอม

  • ผลอ่อนของกระดอมสามารถเอามากินได้ แม้กระนั้นผลแก่หรือผลสุกห้ามกินด้วยเหตุว่าเป็นพิษ (ผล)
  • ผลนิยมประยุกต์ใช้ทำแกงที่เรียกว่าแกงป่าหรือแกงคั่ว โดยผ่าเอาเม็ดออกก่อนประยุกต์ใช้แกง หรือไม่ก็อาจจะนำมาใช้ลวกจิ้มรับประทานกับน้ำพริกก็ได้เหมือนกัน

 

ที่มา.. medthai

ชาข่อย สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากต้นชาข่อย 7 ข้อ

ชาข่อย

ชาข่อย

ชาข่อย ชื่อสามัญ Wild tea

ชาข่อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Acalypha siamensis Oliv. ex Gage จัดอยู่ในตระกูลยางพารา (EUPHORBIACEAE)

สมุนไพรชาข่อย มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า กาน้ำ ชาญวณ (จ.กรุงเทพฯ), ผักดุก ผักดูด (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์), ชาป่า (จังหวัดปัตตานี), ชาฤาษี (ภาคกึ่งกลาง), จ๊าข่อย (ภาคเหนือ) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของชาข่อย

  • น้ำต้มใบหรือชงใบสามารถประยุกต์ใช้แทนใบชาได้ ใช้ดื่มกินเป็นยาบำรุงธาตุภายในร่างกาย (น้ำต้มหรือชงใบ)
  • ทั้งยังต้นใช้ตำเป็นยาพอกร่างกายช่วยลดไข้ (อีกทั้งต้น)
  • ช่วยย่อย (น้ำต้มหรือชงใบ)
  • ช่วยขับเยี่ยว (น้ำต้มหรือชงใบ)
  • อีกทั้งต้นเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้โรคไตพิการ หรือจะใช้น้ำต้มหรือชงใบเอามาดื่มรับประทานเป็นยาแก้ไตพิการก็ได้เช่นเดียวกัน (อีกทั้งต้น, ใบ)
  • ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (น้ำต้มหรือชงใบ)

ประโยชน์ของชาข่อย

  • ต้นชาข่อยนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง หรือใช้ปลูกเพื่อทำแนวรั้วตามสถานที่ต่างๆได้

 

ที่มา.. medthai

ทองกวาว สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากต้นทองกวาว

ทองกวาว

ทองกวาว

ทองกวาว ชื่อสามัญ Bastard teak, Bengal kino, Kino tree, Flame of the forest

ทองกวาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Butea monosperma (Lam.) Taub. จัดอยู่ในตระกูลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) รวมทั้งอยู่ในตระกูลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สมุนไพรทองกวาว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า จาน (จังหวัดอุบลราชธานี), จ้า (จังหวัดสุรินทร์), ทองต้น (จังหวัดราชบุรี), ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ (ภาคกลาง), กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ), ดอกจาน (ภาคอีสาน), จอมทอง (ภาคใต้), กวาวต้น ฯลฯ

สรรพคุณของทองกวาว

  • รากทองกวาวมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ (ราก)
  • รากทองกวาวใช้ต้มรักษาโรคประสาท (ราก)
  • ดอกทองกวาวใช้ต้มดื่มช่วยถอนพิษไข้ได้ (ดอก)
  • ช่วยแก้กระหายน้ำ (ดอก)
  • ช่วยสมานแผลปากเปื่อย (ดอก)
  • แก่นสามารถใช้ทาแก้อาการปวดฟันได้ (แก่น)
  • ดอกใช้หยอดตาแก้อาการตาแดง เจ็บตา ปวดตา ระคายเคืองตา ตามัว ตาแฉะ ตาฟาง (ดอก)
  • ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ยาง)
  • ทองกวาวมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องขึ้น (อาการท้องอืดเพราะลมในกระเพาะอาหารเฟ้อขึ้น) (ใบ)
  • ฝัก ใบ หรือเมล็ด นำมาต้มเอาแต่น้ำใช้เป็นยาขับพยาธิหรือพยาธิตัวกลม (ฝัก, ใบ, เมล็ด)
  • ใช้บำบัดพยาธิภายใน (เมล็ด)
  • ดอกใช้ต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ (ดอก)
  • ใบช่วยรักษาริดสีดวง (ใบ)
  • ดอกหรือใบใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ปวดได้ (ดอก, ใบ)
  • เมล็ดนำมาบดผสมกับมะนาว นำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่นแดง อักเสบ คัน และแสบร้อน (เมล็ด)
  • ใบใช้ตำพอกฝีและสิว แก้อาการปวด และช่วยถอนพิษได้ (ใบ)
  • ดอกช่วยแก้พิษฝี (ดอก)
  • รากทองกวาวนำมาใช้ประคบบริเวณที่เป็นตะคริวได้ (ราก)
  • ช่วยลดกำหนัด (ดอก)
  • สารสกัดจากเปลือกทองกวาวสามารถช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่จะทำให้จำนวนอสุจิลดลง (เปลือก)

ประโยชน์ของ ทองกวาว

  • ดอกใช้ย้อมสีผ้า โดยจะให้สีแดง
  • ลำต้นเมื่อนำมาสับเป็นแผลจะมียางไหลออกมา สามารถนำมาใช้แทน Kimo ได้ หรือที่เรียกว่า Bengal kino
  • เส้นใยจากเปลือกสามารถนำมาใช้ทำเป็นเชือกหลวม ๆ และกระดาษได้
  • ใบสดนำมาใช้ห่อของ
  • ใบทองกวาวใช้ตากมะม่วงกวน
  • ใบใช้เป็นอาหารสำหรับช้างและวัวควายได้
  • ในอินเดียใช้ใบนำมาปั้นเป็นถ้วยไว้ใส่อาหารและขนมแทนการใช้พลาสติก
  • เนื้อไม้สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องเรือนและเครื่องมือทางการเกษตรได้
  • เนื้อไม้เมื่อแห้งจะมีน้ำหนักเบาและหดตัวมาก จึงสามารถใช้ทำกระดานกรุบ่อน้ำ ทำเรือขุดหรือเรือโปงใช้ชั่วคราว หรือใช้กั้นบ่อน้ำ ร่องน้ำ และกังหันน้ำได้
  • ทองกวาวจัดเป็นไม้มงคลนาม คนไทยสมัยก่อนเชื่อว่าหากบ้านใดปลูกต้นทองกวาวไว้ประจำบ้านจะทำให้มีเงินมีทองมาก คือสามารถมีทองได้ตามชาติหรือมีทองมากมายนั่นเอง นอกจากนี้ดอกทองกวาวยังมี
  • ความสวยงามเรืองรองเหมือนทองธรรมชาติอีกด้วย โดยตำแหน่งที่ปลูกก็คือทิศใต้ และถ้าปลูกในวันเสาร์ก็จะยิ่งเป็นมงคลขึ้นไปอีก หรือถ้าจะให้เป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือหรือเป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก

 

ที่มา.. medthai

ฟักทอง สรรพคุณและก็ประโยชน์ที่ได้รับมาจากฟักทอง 30 ข้อ

ฟักทอง

ฟักทอง

ฟักทอง ชื่อสามัญ Pumpkin

ฟักทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Duchesne จัดอยู่ในตระกูลแตง (CUCURBITACEAE)

ฟักทองแบ่งได้ 2 ตระกูล เชื้อสายแรกก็คือ ตระกูลฟักทองอเมริกัน (Pumpkin) ผลใหญ่ เนื้อยุ่ย และก็ตระกูลสควอช (Squash) ซึ่งตัวอย่างเช่นฟักทองไทยแล้วก็ฟักทองประเทศญี่ปุ่น โดยฟักทองไทยนั้น ผิวของผลขณะยังอ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะกลายเป็นสีเหลืองสลับเขียว ผิวมีลักษณะตะปุ่มตะป่ำบางส่วน เปลือกจะแข็ง เนื้อข้างในเป็นสีเหลือง พร้อมเมล็ดสีขาวแบนๆติดอยู่

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินรวมทั้งแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ ฯลฯ

ประโยชน์ของฟักทอง

  • ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา
  • ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  • ฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย
  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  • น้ำมันจากเมล็ดฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงประสาท
  • เมล็ดฟักทองช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีสารที่ช่วยในการสร้าง Serotonin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์
  • มีฤทธิ์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน เพราะมีไขมันน้อย กากใยสูง
  • ฟักทองมีกรดโปรไบโอนิค ซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง
  • มีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
  • มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณข้อเข่า บั้นเอว
  • มีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนัง
  • เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายหรือหลังจากร่างกายทำงานอย่างหนัก และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • รากฟักทองนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ
  • ฟังทอกจัดว่ามีกากใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่าย
  • ฟักทองมีฤทธิ์อุ่นซึ่งจะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ
  • มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว
  • ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่มากขึ้น
  • ช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ
  • ช่วยขับพยาธิตัวตืด โดยนำเมล็ดฟักทองประมาณ 50 กรัม นำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำตาล นม และเติมน้ำลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แล้วนำมาแบ่งรับประทานเป็น 3 ครั้ง ทุก ๆ 2 ชั่วโมง
  • ช่วยบำรุงตับและไตให้แข็งแรง
  • รากฟักทองเมื่อนำมาต้มดื่มจะช่วยถอนพิษจากแมลงกัดต่อย ถอนพิษของฝิ่นได้
  • เยื่อกลางของผลฟักทอง สามารถนำมาใช้พอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อาการปวดและอักเสบได้
  • ใช้รับประทานเป็นอาหารว่าง อย่างน้ำฟักทองคั้นสด พายฟักทอง
  • นำมาใช้ในการประกอบอาหารได้ย่างหลากหลาย เช่น ซุปฟักทอง แกง กินกับน้ำพริก เป็นต้น

 

ที่มา.. medthai

การะเกด สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยช์จากต้นการะเกด 8 ข้อ

การะเกด

การะเกด

การะเกด ชื่อวิทยาศาสตร์ Pandanus tectorius Parkinson ex Du Roi จัดอยู่ในตระกูลเตยทะเล (PANDANACEAE)

สมุนไพรการะเกด มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า การะเกด การะเกดด่าง ลำเจียกหนู (กรุงเทพฯ), เตยด่าง เตยหอม (ภาคกลาง) ฯลฯ1

หมายเหตุ : ต้นการะเกดที่พูดถึงในเนื้อหานี้เป็นพรรณไม้คนละจำพวกกันกับต้นเตยทะเล (Seashore Screwpine) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pandanus odorifer (Forssk.) Kuntze (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Pandanus odoratissimus L.f.)

คุณประโยชน์ของการะเกด

  • ดอกมีกลิ่นหอมหวน รสอ่อนโยน ใช้ปรุงเป็นยาหอม ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ ใช้เป็นยาแก้โรคในอก เจ็บอก เจ็บคอ แก้เสมหะ บำรุงหัวใจ แล้วก็บำรุงธาตุ (ดอก)
  • ยอดใช้ต้มกับน้ำให้สตรีดื่มหลังจากนั้นคลอดบุตรใหม่ๆ

ประโยชน์ซึ่งมาจากการะเกด

  • ผลแก่จัด (ผิวผลเป็นสีแดง) สามารถเอามากินได้ ซึ่งจะมีรสชาติเหมือนสับปะรด
  • ดอกหอมใช้กินได้ มีรสขมน้อย
  • ดอกใช้อบกลิ่นเสื้อผ้าให้หอม (สตรีโบราณนิยมเอามาใส่หีบ เพื่ออบกลิ่นเสื้อผ้าให้หอม)
  • ใช้ดอกไปเคี่ยวกับน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าวหรือมันหมู แล้วปรุงเป็นน้ำมันใส่ผม ซึ่งในแต่ก่อนนิยมใช้กันมากมาย
  • ใบการะเกดสามารถประยุกต์ใช้ในการจักสานทำเป็นอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆได้ดิบได้ดี ได้แก่ กระสอบ เสื่อ หมวก กระเป๋า อื่นๆอีกมากมาย เป็นวัตถุดิบของงานฝีมือที่ดีและก็หาได้ง่าย
  • การะเกดเป็นไม้ที่มีรูปทรงเฉพาะตัวที่สวยงามประหลาดตา ดอกมีกลิ่นหอมหวน ปลูกเลี้ยงได้ง่าย มีความคงทน อายุยืนยาว แล้วก็หาประเภทปลูกได้ง่าย ก็เลยสามารถเอามาปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี (เหมาะสำหรับปลูกตามที่ชื้นแฉะหรือริมฝั่งน้ำ)

 

ที่มา.. medthai

ครามใหญ่ คุณประโยชน์และก็ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากต้นครามใหญ่ 8 ข้อ

ครามใหญ่

ครามใหญ่

ครามใหญ่:ชื่อสามัญ Anil, Guatemalan indigo, Small-leaved indigo (Sierra Leone), West Indian indigo, Wild indigo

ครามใหญ่:ชื่อวิทยาศาสตร์ Indigofera suffruticosa Mill. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Indigofera anil L.) จัดอยู่ในสกุลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) แล้วก็อยู่ในตระกูลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สมุนไพรครามใหญ่ มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ครามป่า ครามผี (จังหวัดเชียงใหม่), คราม (ไทย), ครามเถื่อน (เงี้ยว-จังหวัดเชียงใหม่) ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานีเรียกว่าครามใหญ่ ฯลฯ

คุณประโยชน์ของครามใหญ่

  • ใบมีรสเย็นฝาดเบื่อ มีคุณประโยชน์เป็นยาดับพิษ แก้ไข้หวัดตัวร้อน บ้างใช้ใบผสมกับยาอื่นๆเป็นยาดับพิษ รักษาไข้หวัดตัวร้อน แล้วก็แก้ลักษณะของการปวดหัว (ใบ)
  • ใช้เป็นยาแก้เลือด (เปลือกต้น)
  • เปลือกต้นใช้เป็นยาฆ่าพยาธิ (เปลือกต้น)
  • เปลือกต้นมีรสเย็นฝาดเบื่อ ใช้เป็นยาแก้พิษฝี แก้พิษงู (เปลือกต้น)
  • น้ำมันจากเมล็ดใช้เป็นยาใช้ภายนอกแก้หิด (น้ำมันจากเม็ด)

คุณประโยช์จากครามใหญ่

  • ใช้เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับสัตว์และเล็มอย่างโค กระบือ แพะ รวมทั้งสัตว์ป่า โดยคุณค่าทางของกินเฉพาะส่วนของใบจะประกอบไปด้วย โปรตีน 25.69%, สายสัมพันธ์ส่วน ADF 27.73%, NDF 35.21%, แคลเซียม 2.26%, ธาตุฟอสฟอรัส 0.35%, โพแทสเซียม 2.25%, แทนนิน 0.38%
  • ใบครามมี rutin และก็ rutinoid โดยประมาณ 0.65-0.80% รวมทั้งมีไนไตรเจนสูง เหมาะกับใช้ทำปุ๋ยรวมทั้งทำยากำจัดแมลง
  • เมื่อนำทั้งยังต้นครามมามากมายๆแล้วเอามาหมักแช่ลงไปภายในน้ำปูนทิ้งเอาไว้ราว 3 วัน จะมองเห็นครามตกนอนอยู่ตูดภาชนะที่ใส่ไว้ สามารถเอามากรองแล้วทำให้แห้ง เพื่อใช้เพื่อสำหรับในการย้อมผ้าให้เป็นสีน้ำเงิน โดยสีที่ได้จะไม่ตก ซึ่งทางภาคเหนือของประเทศชอบใช้ครามนี้มาย้อมผ้าให้เป็นสีกรมท่าหรือสีน้ำเงินแก่

 

ที่มา.. medthai

ว่านดอกทอง คุณประโยชน์ของว่านดอกทอง 5 ข้อ

ว่านดอกทอง

ว่านดอกทอง

ว่านดอกทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma spp. จัดอยู่ในตระกูลขิง (ZINGIBERACEAE)

สมุนไพรว่านดอกทอง มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ว่านมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ), ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง, ว่านดอกทอง, ว่านดอกทองแท้, ว่านดอกทองตัวผู้, ว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี), ว่านดอกทองกระเจา ฯลฯ

ว่านดอกทอง จัดเป็นว่านโบราณหายากรวมทั้งใกล้จะสิ้นพันธุ์แล้ว ในตอนนี้ว่านดอกทองแท้นั้นหายากยิ่ง ผู้รู้มักไม่เปิดเผย เนื่องจากว่าเกรงว่าจะมีหัวหน้าไปใช้ในทางไม่ดี โดยอาจสามารถพบว่านประเภทนี้ได้ทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ ได้แก่ ในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดลำปาง รวมทั้งตาก

คุณประโยชน์ว่านดอกทอง

  • ลูกอมสีผึ้งว่านดอกทองใช้ในทางเสน่ห์มหานิยม เสน่ห์เจ้าชู้ คนหนุ่มในสมัยก่อนนิยมเสาะแสวงดอกหามาเก็บสะสมไว้ใช้หุงกับน้ำมันจันทน์พร้อมกับเนื้อว่าน หรือประยุกต์ใช้บดรวมกับสีผึ้งทาปาก ใช้น้ำมันทาตัว เมื่อถึงเวลาจะไปพบหญิงสาว สตรีใครกันแน่ที่ต่อคารมด้วยเมื่อได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีปาก ก็ชอบใจอ่อนเชื่อตามโดยง่าย และก็ถือได้ว่าเป็นว่านเสน่ห์มหานิยมที่มีฤทธิ์ร้ายแรงมากมาย
  • สำหรับสตรี แม้นำหัวว่าน ใบ แล้วก็ต้นว่านดอกทอง มาใส่ไว้ในตุ่มหรือในหนองน้ำ แล้วกินเข้าไปจะมีผลให้เกิดอารมณ์ร้ายแรงมากมาย หรือแค่เพียงปลูกไว้แล้วได้กลิ่นของดอกโชยมา ก็เชิญชวนให้หลงใหลมัวเมาในกามโลกีย์ได้แล้ว ก็เลยมีความเชื่อจำต้องเด็ดดอกทิ้งเสีย
  • ใช้เป็นเมตตามหานิยม ด้วยมั่นใจว่าถ้าหากร้านขายใดมีว่านดอกทองตัวเมียปลูกไว้หน้าร้านค้า จะช่วยปรับค้าขายดี มีลูกค้าเข้าออกร้านค้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานบันเทิงต่างๆร้านค้าขายสุรา เบียร์สด แม้มีไว้จะดีเยี่ยม
  • ด้วยเป็นว่านเมตตามหานิยม ก็เลยมีการประยุกต์ใช้ในทางค้าขาย การเจรจาตกลง ช่วยทำให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างง่ายดาย โดยใช้หัวว่านเอามาตำอย่างละเอียดผสมกับสีผึ้งประยุกต์ใช้ทาลิปสติกก่อนที่จะออกไปพบปะพูดจา
  • มีความเห็นว่าการปลูกว่านมหาเสน่ห์นี้ แม้ปลูกเอาไว้ภายในบ้านจะเป็นสิริมงคลแก่บ้านที่พัก เพื่อนบ้านรักใคร่ แต่ว่าบางตำราก็กล่าวว่าไม่สมควรปลูกว่านประเภทนี้เอาไว้ในบ้าน ด้วยมั่นใจว่ามันบางทีอาจเป็นต้นเหตุนำมาซึ่งการผิดลูกผิดเมียของคนในครอบครัวได้ เนื่องจากคนประเทศไทยอดีตสมัยนั้นจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่

 

แหล่งที่มา.. medthai

ชาอู่หลง คุณประโยชน์รวมทั้งประโยช์จากชาอู่หลง 12 ข้อ

ชาอู่หลง

ชาอู่หลง

ชาอู่หลง (Oolong tea)เป็นชาประเภทที่ผ่านขั้นตอนหมักยอดใบชาสดเพียงแค่เล็กน้อยราวๆ 10-80% ในระหว่างการสร้าง โดยการเพิ่มวิธีการนำใบชามาตากแดดไว้ราวๆ 20-40 นาที ทำให้อุณหภูมิของใบชานั้นสูงมากขึ้นกระทั่งกำเนิดกลิ่นหอมยวนใจแล้วจากนั้นจึงค่อยนำไปผึ่งในที่ร่มอีกรอบ พร้อมกระตุ้นให้ยอดชาตื่นตัว รีบการหมักดอง และหลังจากนั้นก็ค่อยนำยอดชาที่หมักนั้นมาทำให้แห้ง

จากการที่กระบวนการผลิตชาอู่หลงที่ผ่านขั้นตอนการครึ่งหนึ่งหมักนั้น ก็เลยนำมาซึ่งสารสำคัญที่เรียกว่า Oolong Tea polymerized-polyphenols หรือ OTPPs (มักพบในชาอู่หลง) นอกจากกาเฟอีน (Caffeine) รวมทั้งสารในกลุ่มคาเทชิน (Catechin) ที่เจอได้เหมือนกันในชาเขียวรวมทั้งชาดำ สำหรับ OTPPs นั้นเป็นกรุ๊ปของสารโพลีฟีนอลที่เกิดความเคลื่อนไหวจากสารกลุ่มคาเทชินสาเหตุจากกรรมวิธีครึ่งหนึ่งหมักของใบชา โดยมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีโพลีฟีนอลออกสิเดสแล้วก็ความร้อนจากกรรมวิธีการผลิตเป็นตัวรีบปฏิกิริยา ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะส่งผลต่อสี กลิ่น และก็รสของชาอู่หลง โดยจำนวนของสารนั้นจะแตกต่างออกไปตามระดับของการหมักดอง พบได้บ่อยอยู่ในตอนโดยประมาณ 8-85% แบบอย่างของสารในกลุ่มนี้ก็ได้แก่ ไดเมอร์ริกคาเทชิน อาทิเช่น Oolonghomobisflavan A แล้วก็ Oolonghomobisflavan B สารกลุ่มทีเอฟลาวิน (Theaflavins) รวมทั้งทีอะรูบิจิน (Thearubigins)

โดยกรรมวิธีหมักนั้นจะช่วยปรับสีของชาเข้มขึ้น ชาอย่างนี้ที่รู้จักกันก็คือ “ชาอู่หลง” หรือ “ชาอูหลง” ได้รับความนิยมดื่มกันมากมายในแถบเมืองจีนตรงกลาง แถบบริเวณฝูเจี๋ยน กวางตุ้ง เป็นชาที่มีรสชาติเข้มข้นแล้วก็มีกลิ่นหอมสดชื่น ชาที่ได้จะมีสีต่างกันออกไปขึ้นกับขั้นตอนการผลิต เป็นต้นว่า สีเหลืองอมเขียว สีน้ำตาลอมเขียว สีน้ำตาลอมเหลือง สีน้ำตาลอมส้ม ฯลฯ ส่วนในประเทศไทยนั้นได้มีการผลิตชาอู่หลงในแถบยอดดอยแม่สทดลอง ดอยวาวี จังหวัดเชียงราย ซึ่งชาที่ได้จะมีคุณภาพที่ดี รสเปียกแฉะคอ รวมทั้งมีกลิ่นหอมหวน ซึ่งมีชื่อเสียงแล้วก็นิยมดื่มกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

คุณประโยชน์ของชาอู่หลง

  • ชาอู่หลง มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆหลายโรค และก็ช่วยชะลอวัย
  • ช่วยลดการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยต้านทานอาการอักเสบรวมทั้งบวม
  • ช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ รวมทั้งโรคเส้นเลือดหัวใจ
  • ช่วยลดปริมาณน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด ลดการเสี่ยงของการเกิดเบาหวาน
  • ช่วยลดการเสี่ยงของการเป็นโรคความดันเลือดสูง

คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากชาอู่หลง

  • ชาอู่หลง เป็นชายอดนิยมอย่างมากมายมาเป็นเวลานาน มีคุณลักษณะเด่นตรงที่มีกลิ่นหอมหวนละมุนชุ่มติดคอ ให้รสที่เข้มกว่าชาเขียว แม้กระนั้นฝาดน้อยกว่าชาดำ โดยจัดเป็นเครื่องดื่มที่รายงานการศึกษาเล่าเรียนถึงผลในทางที่ดีต่อสุขภาพหลายด้าน
  • จากการค้นคว้าของชาวประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งได้มีการเผยแพร่ลงในนิตยสาร Journal of Nutrition ได้กล่าวว่า ชาอู่หลงเป็นตัวช่วยสำหรับการล้างพิษ สามารถช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ทำลาย DNA ในกระแสโลหิตได้ดิบได้ดี
  • ชาอู่หลงมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ก็เลยช่วยต้านทานริ้วรอยที่เกิดขึ้นมาจากการพบเจอกับรังสีอัลตราไวโอเล็ต มลพิษต่างๆแล้วก็ความตึงเครียด ก็เลยช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วย
  • รายงานของกองการคุ้มครองโรคและก็กองงานโภชนาการ ในกรมการแพทย์ของจีน ได้กล่าวว่า ชาอู่หลงมีฤทธิ์ยั้งสาร DEAN ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด และก็สาร MNNG ที่เป็นสารก่อโรคมะเร็งในกระเพาะรวมทั้งไส้
  • ช่วยลดการสั่งสมและก็ช่วยควบคุมจำนวนของไขมันในเลือด ช่วยลดการเสี่ยงของการเป็นโรคอ้วน (OTPPS เป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล มีความจำเป็นต่อการลดรวมทั้งควบคุมจำนวนของไขมันภายในร่างกาย โดยพบว่าสารในกลุ่มนี้สามารถยั้งลักษณะการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีไลเปสซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวกับการดูดซึมไขมันที่ลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับยาลดหุ่นบางจำพวกในตอนนี้ รวมทั้งยังมีรายงานเพราะการดื่มชาอู่หลงหลังการทานอาหารจะช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง ช่วยเพิ่มการขับไขมันออกทางอุจจาระ มีคุณลักษณะช่วยกระตุ้นการเผาไหม้พลังงาน โดยมีกล่าวว่าชาอู่หลงสามารถเพิ่มอัตราการเผาไหม้พลังงานได้ดียิ่งไปกว่าชาเขียวถึง 2 เท่า) (บางข้อมูลบอกว่า ชาอู่หลงสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ถึง 4% รวมทั้งช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายลงได้ถึง 8%)
  • การดื่มชาอู่หลง คงจะมีคุณภาพสำหรับในการคุ้มครองแล้วก็บำบัดรักษาสภาวะอ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome ได้ โดยมีการทำการวิจัยที่บ่งบอกถึงผลการดื่มชาอู่หลงต่อการลดหุ่นในคนที่มีสภาวะน้ำหนักเกินและก็โรคอ้วน ซึ่งเป็นการเล่าเรียนของ Rong-rong H รวมทั้งภาควิชา ได้พบว่าการบริโภคชาเขียววันละ 8 กรัม ต่อเนื่องกัน 6 อาทิตย์ จะมีผลให้น้ำหนักตัวน้อยลงมากยิ่งกว่า 1 โล ไขมันที่สะสมภายในร่างกายก็ต่ำลง 12% แล้วก็มีความเกี่ยวข้องกับเส้นรอบวงเอวที่น้อยลงด้วย ส่วนการเรียนของ Junichi N รวมทั้งภาควิชา ได้พบว่าการดื่มชาอู่หลงต่อเนื่องกันตรงเวลา 12 อาทิตย์ จะช่วยปรับให้ไขมันในช่องท้องลดน้อยลง โดยไม่เป็นผลข้างๆอะไรก็ตามเหมือนกับการเรียนรู้ของ Maekawa T และก็ภาควิชา หนได้พบว่า การดื่มชาอู่หลงสามารถทำให้น้ำหนักตัว ดัชนีมวลกาย มวลไขมันรวมภายในร่างกาย ไขมันในช่องท้อง เส้นรอบวงเอว เส้นรอบวงบั้นท้าย รวมทั้งความครึ้มของชั้นไขมันใต้ผิวหนังลดน้อยลงโดยสวัสดิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเล่าเรียนของ Nakamura J แล้วก็แผนก ที่ค้นพบว่าการดื่มชาอู่หลงสามารถช่วยลดไขมันสะสมในท้องรวมทั้งขนาดรอบวงเอว ส่วนการเล่าเรียนจากจีนซึ่งมีกลุ่มของตัวอย่างเป็นคนอ้วนปริมาณ 102 ราย พบว่า เมื่อให้กลุ่มทดลองดื่มชาอู่หลงทุกวี่วัน ต่อเนื่องกัน 6 อาทิตย์ พบว่าปริมาณร้อยละ 22 ของกลุ่มทดลองมีน้ำหนักตัวลดน้อยลงเกินกว่า 3 กก. โดยส่วนที่ลดจะเป็นไขมันรอบๆท้องมากยิ่งกว่าส่วนอื่นๆ
  • ชาอู่หลงสามารถช่วยเพิ่มกระบวนเมทาบอลิซึม (Metabolism) หรือขั้นตอนเผาผลาญพลังงานได้ดีมากว่าชาประเภทอื่นๆโดยมีแถลงการณ์ว่าการดื่มชาอู่หลงจะช่วยเพิ่มการเผาไหม้ขณะพักในเวลา 120 นาที ข้างหลังการดื่มราวๆ 10% เมื่อเทียบกับชาเขียวซึ่งจะเพิ่มได้เพียงแค่ 4% ด้วยเหตุนี้เองชาอู่หลงก็เลยเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับคนที่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์เป็นความรู้สึกนึกคิด รวมทั้งคนที่อยากลดลดระดับคอเลสเตอรอลและก็ไขมันในเลือดสูง

 

แหล่งที่มา.. medthai

ชะอม สรรพคุณและประโยชน์ของชะอม 9 ข้อ

ชะอม

ชะอม

ชะอม ชื่อสามัญ Climbing wattle, Acacia, Cha-om

ชะอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia pennata (L.) Willd. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE)

ผักชะอม มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น ผักหละ (ภาคเหนือ), อม (ภาคใต้), ผักขา (ภาคอีสาน อุดรธานี), พูซูเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน), โพซุยโดะ (กะเหรี่ยง) เป็นต้น

สรรพคุณของชะอม

  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีวิตามินเอสูง
  • ยอดชะอมช่วยลดความร้อนในร่างกายได้
  • ผักรสมันอย่างชะอมมีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ
  • ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก
  • รากชะอมนำมาฝนกินช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง และช่วยขับลมในลำไส้
  • มีส่วนช่วยบำรุงเส้นเอ็น
  • ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง

คุณประโยชน์ของชะอม

  • ประโยชน์ของชะอม ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสีย แตกปลาย ด้วยสูตรน้ำชะอมหมักผม เพียงแต่นำใบชะอมราวๆ 1 กำมือมาต้มกับน้ำเปล่า 3 ถ้วย จนได้น้ำชะอมเข้มข้น กรองมัวแต่น้ำ เมื่อสระผมเสร็จให้นำผ้าขนหนูมาชุบน้ำชะอมที่จัดแจงไว้ บิดพอเพียงหมาด เอามาเช็ดผมให้ทั่ว แล้วทิ้งเอาไว้ราวๆ 10 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผมแห้งๆกลับมาเบิกบานใจอีกที
  • ชะอม ผลดีเอามาทำเป็นเมนูอาหารได้มากมายเมนู เมนูชะอม อย่างเช่น ไข่ชะอม ไข่ทอดชะอม ชะอมชุบไข่ แกงส้มชะอมกุ้ง แกงส้มชะอมไข่ เอามาลวกหรือนึ่งใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก น้ำพริกกะปิ กินร่วมกับส้มตำมะม่วง ตำมะละกอโอ หรือไม่ก็อาจจะนำไปปรุงเป็นแกงรวมกับปลา เนื้อ ไก่ กบ เขียด หรือต้มเป็นอ่อม ทำแกงลาว แกงแค ฯลฯ

 

แหล่งที่มา.. medthai

  • ความเห็นล่าสุด

  • คลังเก็บ

  • หมวดหมู่

  • Meta