Category «Uncategorized»

ข่าตาแดง หรือที่เรียกสั้น ข่า นั้น เป็นทั้งสมุนไพรและเครื่องเทศที่สำคัญชนิดหนึ่ง

ข่าตาแดง

ข่าตาแดง

ข่าตาแดง

ข่าตาแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Alpinia officinarum Hance (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Languas officinarum (Hance) Farw., Languas officinarum (Hance) P.H.Hô) จัดอยู่ในตระกูลขิง (ZINGIBERACEAE)

สมุนไพรข่าตาแดง มีชื่อเรียกอื่นว่า ข่าเล็ก (ไทย)

สรรพคุณของข่าตาแดง

  • หัวข่าตาแดงใช้กินเป็นยาขับลมให้กระจาย (หัว)
  • หัวมีคุณประโยชน์เป็นยาระบาย (หัว)
  • ต้นใช้เป็นยารักษาบิดประเภทที่ตกเป็นเลือด (ต้น)
  • ใช้เป็นยาขับเลือดที่เน่าในช่องคลอดของสตรี แล้วก็ช่วยขับลมในไส้ ด้วยการนำหัวข่าตาแดงมาโขลกคั้นกับน้ำส้มมะขามเปียกและก็เกลือโดยประมาณ 1 ถ้วยชาม แกงเขื่องๆให้หญิงที่พึ่งจะคลอดลูกใหม่ๆกินให้หมด (หัว)
  • หัวใช้เป็นยารักษาโรคบาดทะยักปากมดลูกของสตรี (หัว)
  • ใบใช้เป็นยาใช้ภายนอกรักษาขี้กลาก (ใบ)
  • ดอกใช้เป็นยาใช้ภายนอกรักษาโรคเกลื้อน (ดอก)
  • หัวใช้เป็นยาช่วยทุเลาอาการฟกช้ำบวม (หัว)
  • หัวมีคุณประโยชน์ช่วยรักษาอาการพิษ ช่วยรักษาอาการพิษโลหิตทำ (หัว)

ประโยช์จากข่าใหญ่

  • หน่อสามารถประยุกต์ใช้ปรุงอาหารได้

 

 

ที่มา.. medthai

กระเจียวขาว มีรสเผ็ดร้อนและก็มีกลิ่นหอมหวน เป็นยาช่วยขับ

กระเจียวขาว

กระเจียวขาว

กระเจียวขาว

กระเจียวขาว ชื่อสามัญ White angel กระเจียวขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma parviflora Wall. จัดอยู่ในสกุลขิง (ZINGIBERACEAE) เหมือนกับกระเจียวแดง

กระเจียวขาว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า อาวขาว (จังหวัดเชียงใหม่), กระเจียวโคก กระชายดง (เลย), กระเจียวขาว (จังหวัดโคราช), ว่านม้าน้อย (จังหวัดสุโขทัย), กระจ๊อด, กระเจียว, ดอกดิน, อาว ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกระเจียวขาว

  • หน่ออ่อนแล้วก็ดอกอ่อนของกระเจียวมีรสเผ็ดร้อนรวมทั้งมีกลิ่นหอมสดชื่น เป็นยาช่วยขับลม (หน่ออ่อน, ดอกอ่อน)
  • ใบเอามาตำคั้นมัวแต่น้ำใช้เป็นยาใช้ภายนอกรักษาแผลสดและก็ช่วยห้ามเลือด (ใบ)
  • ตามตำรับยาพื้นเมืองล้านนารวมทั้งชาวดอยเผ่าอีก้อ จะใช้ต้นกระเจียวขาวทั้งยังต้น หัวขมิ้นขาว หัวข่าหด หัวเร่ว หัวไพล หัวว่านมหาเมฆ หัวว่านสาวหลง แล้วก็หัวว่านแสงตะวัน เอามาต้มกับน้ำมันพืชแล้วกรองเอากากทิ้ง มัวแต่น้ำมันมาใช้เป็นยาใช้ภายนอกเช็ดนวด แก้ลักษณะของการปวดเมื่อยล้า (ทั้งยังต้น)

ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากกระเจียวขาว

  • ดอกอ่อน หน่ออ่อน สามารถเอามาต้มหรือลวกใช้กินเป็นผักได้ โดยใช้กินร่วมกับน้ำพริก ลาบ ก้อย ส้มตำ หรือบางทีอาจประยุกต์ใช้ทำกับข้าว ดังเช่นว่า ทำแกง ฯลฯ โดยคุณประโยชน์ทางของกินต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย โปรตีน 1.2 กรัม แคลเซียม 31 มก. รวมทั้งธาตุเหล็ก 1.9 มก.
  • ต้นกระเจียวขาวมีช่อดอกที่มองสวยสดงดงาม ก็เลยนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันอย่างล้นหลาม

 

ที่มา.. medthai

แคหัวหมู ดอกกินได้สมุนไพรเป็นยารักษาโรคอัมพฤกษ์ | สรรพคุณ 3 ข้อ

แคหัวหมู

แคหัวหมู

แคหัวหมู

แคหัวหมู ชื่อวิทยาศาสตร์ Markhamia stipulata var. stipulata จัดอยู่ในตระกูลแคหางค่าง (BIGNONIACEAE)

สมุนไพรแคหัวหมู ยังมีชื่อแคว้นอื่นๆว่า แคหมู แคพุงหมู แคหัวหมู (ทั่วๆไป), แคปุ๋มหมู (เชียงใหม่), แคขอน แคหางต่าง แคหางค่าง (เลย), แคอาว (จังหวัดนครราชสีมา), ขุ่ย แคว (กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน), แคหมากลิ่ม (เงี้ยว แม่ฮ่องสอน), แคยอดดำ (ภาคใต้) ฯลฯ และก็อีกข้อมูลหนึ่งได้บอกว่าแคหัวหมูยังมีชื่อเรียกตามเขตแดนอื่นๆอีกว่า แคป่า แคหางค่าง (คนเมือง), แควะ เปาะแควะ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), แคว (กะเหรี่ยง), ตะหย่ากุ๊มีเหมาะสม (กะเหรี่ยงแดง), แคฝอย (ไทลื้อ), แคหางค่าง (ไทใหญ่), ปั้งอ่ะ (ม้ง), ดอกแก ดอกแกป่า (ลั้วะ), ไฮ่ไม้แก้ (ปะหล่อง), ต่าด้าวเดี๋ยง (เมี่ยน) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของแคหัวหมู

  • เปลือกต้นใช้ต้มรับประทานเป็นยารักษาโรคอัมพฤกษ์ (เปลือกต้น)

คุณประโยชน์ของแคหัวหมู

  • ดอก (กลีบ) และก็ผลอ่อนหรือฝักอ่อน เอามาลวกหรือนึ่งรับประทานกับน้ำพริกหรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำไปยำก็ได้ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำดอกมาปิ้งแล้วสับคั่วกับน้ำพริกก็ได้ บ้างก็นำถั่วเน่าที่ตำผสมกับพริกรวมทั้งหัวหอมมายัดใส่เอาไว้ภายในดอกแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปปิ้งรับประทานก็ได้ มีความเห็นว่ามีรสขม แม้กระนั้นรสดีเลิศ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำฝักอ่อนมาเผาแล้วขูดขนออก รับประทานร่วมกับน้ำพริก โดยจะมีรสขมน้อย นอกเหนือจากนี้ยังคงใช้ดอกนำไปทำครัว เป็นต้นว่า การนำมาผัดก็ได้ แต่ว่าไม่นิยมนำไปแกง
  • ไม้แคหัวหมู สามารถประยุกต์ใช้ก่อสร้างบ้านเรือนได้

 

ที่มา.. medthai

กาสามปีก สมุนไพรไทย คุณประโยชน์และก็ประโยช์จากต้นกาสามปีก 9 ข้อ

กาสามปีก

กาสามปีก

กาสามปีก ชื่อวิทยาศาสตร์ Vitex peduncularis Wall. ex Schauerr จัดอยู่ในตระกูลกะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE)

สมุนไพรกาสามปีก มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ตีนนกผู้ มะยาง ห้าชั้น (จังหวัดเชียงใหม่), สวองหิน (จังหวัดโคราช), ไข่เน่า (จังหวัดโคราช, จังหวัดลพบุรี), เน่า (จังหวัดลพบุรี), ขี้มอด (จังหวัดนครปฐม), แคตีนนก (จังหวัดกาญจนบุรี), กะพุน ตะพรุน (เมืองจันท์), ตะพุน ตะพุนทอง ตะพุ่ม สะพุนทอง (จังหวัดตราด), กานน สมอกานน สมอตีนนก สมอหิน (จังหวัดราชบุรี, ประจวบคีรีธันธ์), สมอป่า สมอหิน (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์), นนเด็น (จังหวัดปัตตานี), ตาโหลน (จังหวัดสตูล), กาสามปีก กาจับหลัก ตีนนกผู้ มะยางห้าชั้น (ภาคเหนือ), กาสามซีก กสามปีก ตีนกา สมอบ่วง (ภาคกลาง), โคนสมอ ตีนนก สมอตีนเป็ด สมอหวอง (ภาคทิศตะวันออก), ปะถั่งมิ เปอต่อเหมะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), นน สมอตีนเป็ด (ภาคใต้), ลือแบ ลือแม (จังหวัดนราธิวาส-มาเลเซีย), ไม้เรียง (เมี่ยน), ตุ๊ดอางแลง (ขมุ) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกาสามปีก

  • เปลือกต้นใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ (เปลือกต้น)
  • ในประเทศอินเดียจะใช้น้ำต้มจากใบและก็เปลือกเป็นยาลดไข้ และก็มั่นใจว่าน้ำคั้นจากใบมีคุณประโยชน์ทางยา (ใบ, เปลือกต้น)
  • เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้นิ่วในทางเดินปัสสาวะ (เปลือกต้น)
  • แก่นไม้ใช้เป็นยาแก้ปัสสาวะดำหรือปัสสาวะเป็นเลือด (แก่นไม้)
  • บางข้อมูลบอกว่า ราก ต้น รวมทั้งใบของสมุนไพรประเภทนี้สามารถประยุกต์ใช้เป็นยารักษาโรคไข้จับสั่นหรือไข้ป่าได้ (ต้น ,ราก, ใบ)

คุณประโยช์จากกาสามปีก

  • ใบอ่อน ยอดอ่อน เอามาลวกหรือต้มกินเป็นผัก ให้รสฝาดมัน
  • ชาวเมี่ยนจะใช้ใบเอามาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำเสมือนชา ให้รสดี
  • ในประเทศปากีสถานจะใช้ใบอ่อนกินเป็นผักรวมทั้งกินผลสุกด้วย
  • แก่นไม้ใช้ในการก่อสร้างต่างๆทำเครื่องมือเครื่องใช้ทั่วๆไป เป็นต้นว่า เสา พื้น กระดาน รอด ตง พาย กรรเชียง ครก สาก พานด้านหลัง รางปืน อื่นๆอีกมากมาย ใช้ในงานแกะสลักได้ดี และก็ใช้ทำฟืน

 

ที่มา.. medthai

คลอโรฟิลล์ ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากคลอโรฟิลล์ 27 ข้อ

คลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์เป็นอย่างไร คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)หมายถึงคลอโรพลาสเม็ดเล็กๆมีสีเขียวซึ่งอยู่ในเซลล์พืช เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชที่เกิดขึ้นมาจากวิธีการทำอาหารของพืชภายหลังจากได้รับแสงอาทิตย์ โดยสูตรส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์จะมีลักษณะที่ละม้ายกับสูตรส่วนประกอบของสารประกอบ Heme ที่เป็นองค์ประกอบหลักของเม็ดเลือดแดงของคนเราเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ค้นพบสารนี้เป็นคนแรกเป็นต้นว่านักวิทยาศาสตร์ชื่อ ฮานส์ ฟิชเชอร์ (Hans fischer)

มั่นใจว่าถ้าร่างกายของพวกเราได้รับคลอโรฟิลล์เข้าไปก็จะไปเป็นสารขึ้นต้นสำหรับเพื่อการสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกาย โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อกำเนิดความผิดพลาดสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดง เป็นต้นว่า ในภาวะโลหิตจาง ฯลฯ ปกติแล้วภายในร่างกายของพวกเราจะมีการสร้างแล้วก็ทำลายเซลล์มากยิ่งกว่า 2.5 ล้านเซลล์ โดยเฉพาะคนที่ร่างกายทำงานมาก เม็ดเลือดแดงภายในร่างกายก็จะถูกทำลายมากเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งร่างกายของพวกเราก็ควรมีการผลิตขึ้นมาตอบแทนในปริมาณเท่าๆกัน ตลอดระยะเวลา แม้กระนั้นเมื่อใดที่ร่างกายของพวกเรามีความผิดพลาดสำหรับในการสร้างเม็ดเลือดแดง ต้นเหตุบางทีก็อาจจะมาจากการขาดสารเริ่มอย่างคลอโรฟิลล์ เมื่อปลดปล่อยให้มีความผิดพลาดเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆก็จะก่อให้ร่างกายกำเนิดความผิดแปลกตามมา เพราะว่าเม็ดเลือดแดงนับว่าเป็นระบบคมนาคมของกินที่สำคัญอย่างยิ่งภายในร่างกาย

แต่ว่าก็มีข้อพิพาทออกมาว่าสารสกัดจากคลอโรฟิลล์นั้นไม่อาจจะใช้ประโยชน์สร้างเม็ดเลือดแดงได้ เพราะมันมีส่วนประกอบขององค์ประกอบแล้วก็หน้าที่ไม่เหมือนกับเม็ดเลือดแดงอย่างสิ้นเชิง เพราะเหตุว่าหน้าที่หลักของคลอโรฟิลล์นั้นช่วยสำหรับในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชแค่นั้น

ประโยช์จากคลอโรฟิลล์

  • เชื่อช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส
  • มั่นใจว่ามีส่วนช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
  • ช่วยลดลางเลือนรอยคล้ำรอบดวงตา
  • ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย
  • ช่วยลดอาการภูมิแพ้ โรคหอบหืด แพ้อากาศ
  • ช่วยเพิ่มปริมาณของเม็ดเลือดแดงให้สมดุล
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยกำจัดพิษในร่างกาย
  • มีส่วนช่วยสำหรับในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ
  • มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • มีส่วนช่วยบรรเทาลักษณะของการปวดหัวรวมทั้งไมเกรน
  • ช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิดเส้นโลหิตหัวใจแคบหรือเส้นโลหิตขอด
  • ช่วยลดปัญหากลิ่นเต่าหรือกลิ่นที่เกิดขึ้นมาจากอวัยวะภายในร่างกาย
  • ใช้เป็นยาดับกลิ่นปาก (ได้ผลน้อยมาก)
  • ช่วยลดกรดในกระเพาะและก็ไส้
  • ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายปฏิบัติงานได้อย่างปกติ
  • มีส่วนช่วยทุเลาแล้วก็รักษาโรคท้องผูก
  • ช่วยบรรเทาลักษณะของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • ช่วยบรรเทาลักษณะของการปวดประจำเดือน
  • คุณประโยชน์ของคลอโรฟิลล์ ช่วยทำความสะอาดรอยแผลให้สะอาดได้ดียิ่งไปกว่าสารประเภทอื่น
  • มีส่วนช่วยป้องกันโรคตับอักเสบรวมทั้งไตวาย
  • มีส่วนช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ
  • มีฤทธิ์สำหรับการต่อต้านการได้รับเชื้อต่างๆ(แต่ว่ามีคุณภาพน้อยมากๆ)
  • ช่วยฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย
  • ใช้รักษาแผลรวมทั้งช่วยการสมานรอยแผล ให้แผลหายไวกว่าธรรมดา
  • ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นของแผล
  • ช่วยลดอาการเป็นพิษหรือผลกระทบจากยาบางจำพวกได้

 

ที่มา.. medthai

กระดอม สรรพคุณรวมทั้งประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากกระดอม 26 ข้อ

กระดอม

กระดอม

กระดอม หรือ ลูกกระดอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Gymnopetalum chinensis (Lour.) Merr. (ชื่อพ้อง Gymnopetalum cochinchinense (Lour.) Kurz) จัดอยู่ในตระกูลแตง (CUCURBITACEAE)

สมุนไพรกระดอม มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ขี้กาป่าดง ขี้กาน้อย (จังหวัดสระบุรี), ผักแคบป่า (น่าน), ขี้กาลาย (จังหวัดโคราช), ดอม (นครศรีธรรมราช), ผักขาว (จังหวัดเชียงใหม่), มะนอยหก มะนอยหกฟ้า (แม่ฮ่องสอน), มะนอยจา (ภาคเหนือ), ขี้กาเหลี่ยม (ภาคอีสาน) ฯลฯ มีเขตการกระจายชนิดในประเทศประเทศอินเดีย พม่า ศรีลังกา ภูมิภาคมาเลเซีย รวมทั้งภูมิภาคอินโดจีน ส่วนในประเทศเทศไทยนั้นมีการกระจัดกระจายประเภทอยู่ทั่วทุกภาค

สรรพคุณของกระดอม

  • ผลใช้ต้มน้ำกินช่วยทำนุบำรุงเลือด (ผล)
  • เม็ดใช้เป็นยาบำรุงธาตุภายในร่างกาย (เม็ด) หรือจะใช้รากก็ได้ด้วยเหมือนกัน
  • ช่วยดับพิษเลือด (ผลอ่อน) บางข้อมูลกล่าวว่าใช้รากก็ได้
  • ช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย ช่วยปรับเลือดเย็น (ผลอ่อน)
  • ช่วยแก้ไข้ แก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ผลแห้งราว 15-16 ผล (หนักราว 10 กรัม) เอามาต้มกับน้ำพอควร แล้วต้มน้ำให้เหลือ 1 ใน 3 แล้วเอามาดื่มก่อนที่จะรับประทานอาหารช่วงเวลาเช้าแล้วก็เย็น หรือในตอนที่มีลักษณะอาการไข้ (ผลอ่อน) บางข้อมูลกล่าวว่ารากก็มีคุณประโยชน์แก้ไข้ได้เช่นเดียวกัน
  • เม็ดเอามาต้มกับน้ำ ใช้กินเป็นยาลดไข้ (เม็ด)
  • ใบกระดอมนำมาคั้นมัวแต่น้ำ ใช้หยอดตาแก้อาการตาอักเสบได้ (ใบ)
  • ช่วยขับน้ำลาย (เม็ด)
  • ผลช่วยแก้อาการสะอึก (ผลอ่อน)
  • ผลอ่อนช่วยสำหรับการเจริญอาหาร (ผลอ่อน)
  • ช่วยสำหรับในการย่อยของกิน (เม็ด) แต่ว่าบางข้อมูลบอกว่าใช้รากก็ได้
  • เม็ดช่วยขับน้ำดี (เม็ด)
  • ผลอ่อนมีรสขม ช่วยบำรุงรักษาน้ำดี (ผลอ่อน)
  • ช่วยแก้ดีฝ่อ ดีแห้ง อาการบ้าเพ้อ ผีเข้าผีออก (ผลอ่อน)
  • เม็ดช่วยรักษาโรคสำหรับในการแท้งลูก (เม็ดราก)
  • ผลกระดอม คุณประโยชน์ช่วยรักษามดลูกภายหลังการคลอดลูกหรือแท้งลูก (ผลอ่อน)
  • ช่วยทำนุบำรุงมดลูก (ผลอ่อน)
  • ช่วยทำนุบำรุงนมของสตรี (ผลอ่อน)
  • ช่วยทำลายพิษไม่ถูก แก้เป็นพิษ (ผลอ่อน)
  • เม็ดจู๋มช่วยแก้พิษแสดง ใช้เป็นยาทำลายพิษจากการกินผลไม้ที่เป็นพิษ ใช้ทำลายพิษจากพืชเป็นพิษประเภทต่างๆ(เม็ด)
  • ใบช่วยแก้พิษโรคบาดทะยัก (ใบ)
  • ในประเทศอินเดียใช้รากกระจู๋มแห้งที่เอามาบดผสมกับน้ำร้อน ใช้เป็นยาใช้ภายนอกเช็ดนวดตามกล้ามที่มีลักษณะอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว (ราก)
  • สมุนไพรกระดอมเป็นองค์ประกอบหนึ่งในตำรับยาแก้ไข้จันทน์ลีลา ตำรับยาหอมนวโกฐ รวมทั้งตำรับยาหอมอินทจักร์
  • ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของสมุนไพรกระดอม ช่วยยั้งการจับกุมกันของเกล็ดเลือดแล้วก็ช่วยปรับกล้ามเรียบหดตัว

คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากกระดอม

  • ผลอ่อนของกระดอมสามารถเอามากินได้ แม้กระนั้นผลแก่หรือผลสุกห้ามกินด้วยเหตุว่าเป็นพิษ (ผล)
  • ผลนิยมประยุกต์ใช้ทำแกงที่เรียกว่าแกงป่าหรือแกงคั่ว โดยผ่าเอาเม็ดออกก่อนประยุกต์ใช้แกง หรือไม่ก็อาจจะนำมาใช้ลวกจิ้มรับประทานกับน้ำพริกก็ได้เหมือนกัน

 

ที่มา.. medthai

ชาข่อย สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากต้นชาข่อย 7 ข้อ

ชาข่อย

ชาข่อย

ชาข่อย ชื่อสามัญ Wild tea

ชาข่อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Acalypha siamensis Oliv. ex Gage จัดอยู่ในตระกูลยางพารา (EUPHORBIACEAE)

สมุนไพรชาข่อย มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า กาน้ำ ชาญวณ (จ.กรุงเทพฯ), ผักดุก ผักดูด (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์), ชาป่า (จังหวัดปัตตานี), ชาฤาษี (ภาคกึ่งกลาง), จ๊าข่อย (ภาคเหนือ) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของชาข่อย

  • น้ำต้มใบหรือชงใบสามารถประยุกต์ใช้แทนใบชาได้ ใช้ดื่มกินเป็นยาบำรุงธาตุภายในร่างกาย (น้ำต้มหรือชงใบ)
  • ทั้งยังต้นใช้ตำเป็นยาพอกร่างกายช่วยลดไข้ (อีกทั้งต้น)
  • ช่วยย่อย (น้ำต้มหรือชงใบ)
  • ช่วยขับเยี่ยว (น้ำต้มหรือชงใบ)
  • อีกทั้งต้นเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้โรคไตพิการ หรือจะใช้น้ำต้มหรือชงใบเอามาดื่มรับประทานเป็นยาแก้ไตพิการก็ได้เช่นเดียวกัน (อีกทั้งต้น, ใบ)
  • ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (น้ำต้มหรือชงใบ)

ประโยชน์ของชาข่อย

  • ต้นชาข่อยนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง หรือใช้ปลูกเพื่อทำแนวรั้วตามสถานที่ต่างๆได้

 

ที่มา.. medthai

ทองกวาว สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากต้นทองกวาว

ทองกวาว

ทองกวาว

ทองกวาว ชื่อสามัญ Bastard teak, Bengal kino, Kino tree, Flame of the forest

ทองกวาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Butea monosperma (Lam.) Taub. จัดอยู่ในตระกูลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) รวมทั้งอยู่ในตระกูลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สมุนไพรทองกวาว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า จาน (จังหวัดอุบลราชธานี), จ้า (จังหวัดสุรินทร์), ทองต้น (จังหวัดราชบุรี), ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ (ภาคกลาง), กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ), ดอกจาน (ภาคอีสาน), จอมทอง (ภาคใต้), กวาวต้น ฯลฯ

สรรพคุณของทองกวาว

  • รากทองกวาวมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ (ราก)
  • รากทองกวาวใช้ต้มรักษาโรคประสาท (ราก)
  • ดอกทองกวาวใช้ต้มดื่มช่วยถอนพิษไข้ได้ (ดอก)
  • ช่วยแก้กระหายน้ำ (ดอก)
  • ช่วยสมานแผลปากเปื่อย (ดอก)
  • แก่นสามารถใช้ทาแก้อาการปวดฟันได้ (แก่น)
  • ดอกใช้หยอดตาแก้อาการตาแดง เจ็บตา ปวดตา ระคายเคืองตา ตามัว ตาแฉะ ตาฟาง (ดอก)
  • ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ยาง)
  • ทองกวาวมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องขึ้น (อาการท้องอืดเพราะลมในกระเพาะอาหารเฟ้อขึ้น) (ใบ)
  • ฝัก ใบ หรือเมล็ด นำมาต้มเอาแต่น้ำใช้เป็นยาขับพยาธิหรือพยาธิตัวกลม (ฝัก, ใบ, เมล็ด)
  • ใช้บำบัดพยาธิภายใน (เมล็ด)
  • ดอกใช้ต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ (ดอก)
  • ใบช่วยรักษาริดสีดวง (ใบ)
  • ดอกหรือใบใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ปวดได้ (ดอก, ใบ)
  • เมล็ดนำมาบดผสมกับมะนาว นำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่นแดง อักเสบ คัน และแสบร้อน (เมล็ด)
  • ใบใช้ตำพอกฝีและสิว แก้อาการปวด และช่วยถอนพิษได้ (ใบ)
  • ดอกช่วยแก้พิษฝี (ดอก)
  • รากทองกวาวนำมาใช้ประคบบริเวณที่เป็นตะคริวได้ (ราก)
  • ช่วยลดกำหนัด (ดอก)
  • สารสกัดจากเปลือกทองกวาวสามารถช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่จะทำให้จำนวนอสุจิลดลง (เปลือก)

ประโยชน์ของ ทองกวาว

  • ดอกใช้ย้อมสีผ้า โดยจะให้สีแดง
  • ลำต้นเมื่อนำมาสับเป็นแผลจะมียางไหลออกมา สามารถนำมาใช้แทน Kimo ได้ หรือที่เรียกว่า Bengal kino
  • เส้นใยจากเปลือกสามารถนำมาใช้ทำเป็นเชือกหลวม ๆ และกระดาษได้
  • ใบสดนำมาใช้ห่อของ
  • ใบทองกวาวใช้ตากมะม่วงกวน
  • ใบใช้เป็นอาหารสำหรับช้างและวัวควายได้
  • ในอินเดียใช้ใบนำมาปั้นเป็นถ้วยไว้ใส่อาหารและขนมแทนการใช้พลาสติก
  • เนื้อไม้สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องเรือนและเครื่องมือทางการเกษตรได้
  • เนื้อไม้เมื่อแห้งจะมีน้ำหนักเบาและหดตัวมาก จึงสามารถใช้ทำกระดานกรุบ่อน้ำ ทำเรือขุดหรือเรือโปงใช้ชั่วคราว หรือใช้กั้นบ่อน้ำ ร่องน้ำ และกังหันน้ำได้
  • ทองกวาวจัดเป็นไม้มงคลนาม คนไทยสมัยก่อนเชื่อว่าหากบ้านใดปลูกต้นทองกวาวไว้ประจำบ้านจะทำให้มีเงินมีทองมาก คือสามารถมีทองได้ตามชาติหรือมีทองมากมายนั่นเอง นอกจากนี้ดอกทองกวาวยังมี
  • ความสวยงามเรืองรองเหมือนทองธรรมชาติอีกด้วย โดยตำแหน่งที่ปลูกก็คือทิศใต้ และถ้าปลูกในวันเสาร์ก็จะยิ่งเป็นมงคลขึ้นไปอีก หรือถ้าจะให้เป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือหรือเป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก

 

ที่มา.. medthai

ฟักทอง สรรพคุณและก็ประโยชน์ที่ได้รับมาจากฟักทอง 30 ข้อ

ฟักทอง

ฟักทอง

ฟักทอง ชื่อสามัญ Pumpkin

ฟักทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Duchesne จัดอยู่ในตระกูลแตง (CUCURBITACEAE)

ฟักทองแบ่งได้ 2 ตระกูล เชื้อสายแรกก็คือ ตระกูลฟักทองอเมริกัน (Pumpkin) ผลใหญ่ เนื้อยุ่ย และก็ตระกูลสควอช (Squash) ซึ่งตัวอย่างเช่นฟักทองไทยแล้วก็ฟักทองประเทศญี่ปุ่น โดยฟักทองไทยนั้น ผิวของผลขณะยังอ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะกลายเป็นสีเหลืองสลับเขียว ผิวมีลักษณะตะปุ่มตะป่ำบางส่วน เปลือกจะแข็ง เนื้อข้างในเป็นสีเหลือง พร้อมเมล็ดสีขาวแบนๆติดอยู่

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินรวมทั้งแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ ฯลฯ

ประโยชน์ของฟักทอง

  • ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา
  • ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  • ฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย
  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  • น้ำมันจากเมล็ดฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงประสาท
  • เมล็ดฟักทองช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีสารที่ช่วยในการสร้าง Serotonin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์
  • มีฤทธิ์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน เพราะมีไขมันน้อย กากใยสูง
  • ฟักทองมีกรดโปรไบโอนิค ซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง
  • มีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
  • มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณข้อเข่า บั้นเอว
  • มีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนัง
  • เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายหรือหลังจากร่างกายทำงานอย่างหนัก และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • รากฟักทองนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ
  • ฟังทอกจัดว่ามีกากใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่าย
  • ฟักทองมีฤทธิ์อุ่นซึ่งจะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ
  • มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว
  • ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่มากขึ้น
  • ช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ
  • ช่วยขับพยาธิตัวตืด โดยนำเมล็ดฟักทองประมาณ 50 กรัม นำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำตาล นม และเติมน้ำลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แล้วนำมาแบ่งรับประทานเป็น 3 ครั้ง ทุก ๆ 2 ชั่วโมง
  • ช่วยบำรุงตับและไตให้แข็งแรง
  • รากฟักทองเมื่อนำมาต้มดื่มจะช่วยถอนพิษจากแมลงกัดต่อย ถอนพิษของฝิ่นได้
  • เยื่อกลางของผลฟักทอง สามารถนำมาใช้พอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อาการปวดและอักเสบได้
  • ใช้รับประทานเป็นอาหารว่าง อย่างน้ำฟักทองคั้นสด พายฟักทอง
  • นำมาใช้ในการประกอบอาหารได้ย่างหลากหลาย เช่น ซุปฟักทอง แกง กินกับน้ำพริก เป็นต้น

 

ที่มา.. medthai

การะเกด สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยช์จากต้นการะเกด 8 ข้อ

การะเกด

การะเกด

การะเกด ชื่อวิทยาศาสตร์ Pandanus tectorius Parkinson ex Du Roi จัดอยู่ในตระกูลเตยทะเล (PANDANACEAE)

สมุนไพรการะเกด มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า การะเกด การะเกดด่าง ลำเจียกหนู (กรุงเทพฯ), เตยด่าง เตยหอม (ภาคกลาง) ฯลฯ1

หมายเหตุ : ต้นการะเกดที่พูดถึงในเนื้อหานี้เป็นพรรณไม้คนละจำพวกกันกับต้นเตยทะเล (Seashore Screwpine) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pandanus odorifer (Forssk.) Kuntze (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Pandanus odoratissimus L.f.)

คุณประโยชน์ของการะเกด

  • ดอกมีกลิ่นหอมหวน รสอ่อนโยน ใช้ปรุงเป็นยาหอม ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ ใช้เป็นยาแก้โรคในอก เจ็บอก เจ็บคอ แก้เสมหะ บำรุงหัวใจ แล้วก็บำรุงธาตุ (ดอก)
  • ยอดใช้ต้มกับน้ำให้สตรีดื่มหลังจากนั้นคลอดบุตรใหม่ๆ

ประโยชน์ซึ่งมาจากการะเกด

  • ผลแก่จัด (ผิวผลเป็นสีแดง) สามารถเอามากินได้ ซึ่งจะมีรสชาติเหมือนสับปะรด
  • ดอกหอมใช้กินได้ มีรสขมน้อย
  • ดอกใช้อบกลิ่นเสื้อผ้าให้หอม (สตรีโบราณนิยมเอามาใส่หีบ เพื่ออบกลิ่นเสื้อผ้าให้หอม)
  • ใช้ดอกไปเคี่ยวกับน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าวหรือมันหมู แล้วปรุงเป็นน้ำมันใส่ผม ซึ่งในแต่ก่อนนิยมใช้กันมากมาย
  • ใบการะเกดสามารถประยุกต์ใช้ในการจักสานทำเป็นอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆได้ดิบได้ดี ได้แก่ กระสอบ เสื่อ หมวก กระเป๋า อื่นๆอีกมากมาย เป็นวัตถุดิบของงานฝีมือที่ดีและก็หาได้ง่าย
  • การะเกดเป็นไม้ที่มีรูปทรงเฉพาะตัวที่สวยงามประหลาดตา ดอกมีกลิ่นหอมหวน ปลูกเลี้ยงได้ง่าย มีความคงทน อายุยืนยาว แล้วก็หาประเภทปลูกได้ง่าย ก็เลยสามารถเอามาปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี (เหมาะสำหรับปลูกตามที่ชื้นแฉะหรือริมฝั่งน้ำ)

 

ที่มา.. medthai