Category «Uncategorized»

ตะลุมพุก สรรพคุณและประโยชน์ของต้นตะลุมพุก 8 ข้อ

ตะลุมพุก

ตะลุมพุก

ตะลุมพุก ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamilnadia uliginosa (Retz.) Tirveng. & Sastre (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์Catunaregam uliginosa (Retz.) Sivar., Gardenia pomifera Wall., Gardenia uliginosa Retz., Posoqueria uliginosa (Retz.) Roxb., Randia uliginosa (Retz.) Poir., Solena uliginosa (Retz.) D.Dietr., Xeromphis uliginosa (Retz.) Maheshw.) จัดอยู่ในตระกูลเข็ม (RUBIACEAE)

สุมนไพรตะลุมพุก มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า หนามแท่ง (ตาก), มะคัง (จังหวัดอุตรดิตถ์), ลุมพุก (จังหวัดลพบุรี, จังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดโคราช, จังหวัดกาญจนบุรี), มอกน้ำข้าว มะข้าว (ภาคเหนือ), ลุมปุ๊ก ลุบปุ๊ก (ภาคอีสาน), กระลำพุก มะคังขาว (ภาคกลาง, ภาคตะวันตกเฉียงใต้, จังหวัดราชบุรี, จังหวัดสุโขทัย), มุยขาว, โรคขาว ฯลฯ

สรรพคุณของ ตะลุมพุก

  • แก่นตะลุมพุกใช้ผสมกับแก่นตะลุมพุกแดง (มะคังแดง) น้ำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาบำรุงร่างกาย (แก่น)
  • รากรวมทั้งแก่นต้มกับน้ำกิน ช่วยบำรุงรักษาเลือด (ราก, แก่น)
  • ผลและก็รากมีรสฝาดอ่อนโยน ช่วยแก้ท้องเดิน แก้บิดมูกเลือด (ผล, ราก)
  • ผลช่วยแก้อติสาร (อาการของการป่วยที่เข้าขีดตายหรือโรคลงแดง) (ผล)
  • รากและก็แก่นเอามาต้มกับน้ำกิน เข้ายาแก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว (ราก, แก่น)

คุณประโยชน์ของตะลุมพุก

  • คนโบราณจะใช้ผลของตะลุมพุกเอามาทุบให้แหลก แล้วค่อยนำไปใช้เป็นส่วนผสมของสีย้อมผ้าทำให้สีติดทนนาน ดังเช่นว่า จีวรพระ
  • เนื้อไม้ตะลุมพุกเป็นสีขาวผสมสีน้ำตาลอ่อน มีความละเอียดรวมทั้งบ่อย ก็เลยนิยมประยุกต์ใช้ในงานแกะทั่วๆไป หรือประยุกต์ใช้ทำเป็นเครื่องใช้สอยหรือใช้ทำด้ามเครื่องมือต่างๆทำกระสวย ใช้สำหรับงานกลึง อื่นๆอีกมากมาย
  • ในขณะนี้จะเห็นได้ว่ามีการปลูกต้นตะลุมพุกไว้เป็นไม้ประดับ เพราะว่าสามารถดัดหรือตัดแต่งได้อย่างง่ายๆ ขยายพันธุ์และก็ปลูกเลี้ยงดูแลได้ง่าย ดอกสวยแล้วก็มีกลิ่นหอมหวน เป็นพืชพันธุ์ไม้ที่มีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมได้ดี เมื่อเจริญเติบโตจะสามารถให้ร่มเงาได้ดีเนื่องจากฯลฯไม้ที่มีใบจำนวนมาก

คราม คุณประโยชน์และก็คุณประโยชน์ซึ่งมาจากต้นคราม 15 ข้อ

คราม

คราม

คราม ชื่อสามัญ Indigo

คราม ชื่อวิทยาศาสตร์ Indigofera tinctoria L. จัดอยู่ในตระกูลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) แล้วก็อยู่ในตระกูลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สรรพคุณของคราม

  • อีกทั้งต้นใช้เป็นยาแก้กษัย (อีกทั้งต้น, ลำต้น)
  • ต้นใช้เป็นยาเย็นเพื่อใช้เพื่อสำหรับการลดไข้ โดยใช้ต้นใหม่ๆเอามาตีใช้พอกกระหม่อมเด็กหรือคนแก่ก็จะช่วยลดไข้ได้อย่างดีเยี่ยม แม้กระนั้นถ้าหากไม่มีต้นสดแพทย์ยาพื้นเมืองก็ชี้แนะให้ใช้ผ้าที่ย้อมด้วยต้น
  • คราม (จะต้องเป็นการย้อมสีแบบธรรมชาติและไม่ใช่สารเคมี) เอามาชุบกับน้ำแล้ววางไว้ที่กระหม่อมก็จะช่วยลดไข้ได้ดียิ่งไปกว่าการใช้ผ้าชุบน้ำปกติ (ต้น)
  • ลำต้นและก็ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน (ลำต้น, ใบ)
  • ช่วยแก้ลักษณะของการปวดหัว (ลำต้น, ใบ)
  • ทั้งยังต้นใช้เป็นยาขัดรวมทั้งขับเยี่ยวให้บริสุทธิ์ แก้เยี่ยวขุ่นข้น และก็ใช้รักษานิ่วเจริญ (ทั้งยังต้น)
  • ใบครามใช้เป็นยาดับพิษ (ใบ)
  • ช่วยแก้พิษฝีรวมทั้งแก่บวม (เปลือก)
  • เปลือกใช้แก้พิษงู (เปลือก)
  • ถ้าเกิดเป็นแผลไฟลุกน้ำร้อนลวกหรือถูกมีดบาด ก็สามารถนำเนื้อครามมาทาเพื่อเป็นยาห้ามเลือดได้ (เนื้อคราม)
  • ผ้าครามนำไปนึ่งให้อุ่นใช้เป็นยาประคบสะกดรอยบอบช้ำ จะช่วยทุเลาอาการฟกช้ำดำเขียวได้ (ผ้าครั้ง
  • ผ้าเสื้อม่อฮ่อมที่ได้จากการย้อมสีจากต้นครามหรือต้นห้อมล้อมสามารถเอามาชุบน้ำใช้ประคบเพื่อช่วยลดลักษณะการเจ็บปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้
  • แพทย์ยาประจำถิ่นล้านนาจะใช้ผ้าที่ย้อมด้วยล้อมมาใช้ในลัษณะของการทับหม้อเกลือ เมื่อตอนดูแลหญิงข้างหลังการคลอดลูก เพื่อช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น (ยังไม่มั่นใจว่าผ้าที่ย้อมด้วยครามจะใช้ได้เช่นเดียวกันไหม)
  • แพทย์ยาพื้นเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งทางภาคเหนือ จะใช้ผ้าที่ย้อมด้วยครามมาใช้ห่อทำลูกประคบ เนื่องจากว่าจะก่อให้จับตัวได้ยาที่ช่วยทำให้กล้ามส่วนต่างๆกระชับมากเพิ่มขึ้น

ประโยชน์ของคราม

  • ใช้สำหรับทำสีย้อมผ้า โดยใช้ต้นสดเอามาหมักในน้ำ 1-2 น้ำ แล้วสีน้ำเงินจะตกอยู่ตูดภาชนะ เทใส่ถุงผ้าดกๆทับให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำผงสีไปทำให้แห้ง ก็จะได้ผงที่เป็นสีน้ำเงิน ใช้เป็นสีย้อมผ้า สีน้ำน้ำหมึก สีวาดภาพ ขึ้นรถที่มีสีน้ำเงิน เป็นสาร Indigo-blue นิยมเอามาสำหรับในการย้อมผ้าหม้อห้อม รวมทั้งถือกันว่าครามเป็น “ราชาที่สีย้อม” (King of the dyes)
  • ผ้าที่ย้อมด้วยสีของต้นครามจะมีลักษณะพิเศษที่สามารถจะช่วยคุ้มครองปกป้องผิวของคนที่ใส่จากรังสีรังสียูวีได้
  • น้ำคั้นจากใบของต้นครามสามารถประยุกต์ใช้บำรุงเส้นผม ช่วยปกป้องผมหงอก

ขี้หนอน สรรพคุณและประโยชน์ของต้นขี้หนอน 12 ข้อ

ขี้หนอน

ขี้หนอน

ขี้หนอน ชื่อวิทยาศาสตร์ Zollingeria dongnaiensis Pierre จัดอยู่ในสกุลเงาะ (SAPINDACEAE)

สมุนไพรขี้หนอน มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ขี้มอด (ขอนแก่น, จังหวัดโคราช)

สรรพคุณของขี้หนอน

  • ด่างไม้ใช้เป็นยาแก้โรคกระษัย (ด่างไม้)
  • เปลือกใช้เป็นยาแก้ไข้ ดับพิษร้อน แก้หวัดคัดจมูก ด้วยการนำเปลือกมาสับเป็นชิ้นเล็กๆแล้วเอามาแช่กับน้ำตีให้เป็นฟองสีขาว แล้วก็ใช้ฟองนั้นสุมหรือพอกศีรษะเด็ก (เปลือกต้น)
  • ใช้เป็นยาแก้หวัด คัดจมูก (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
  • เปลือกใช้ผสมเป็นยาเขียวแก้ร้อนใน (เปลือก)
  • ใบใช้เป็นยาแก้ร้อน (ใบ)
  • ด่างไม้ใช้เป็นยาแก้นิ่ว ขับปัสสาวะ (ด่างไม้)
  • ใช้เป็นยาขับมุตกิดของสตรี (ด่างไม้)

ประโยช์จากขี้หนอน

  • ยอดอ่อนใช้กินเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก
  • ฟองที่ได้จากเปลือกนั้นสามารถเอามาล้างเครื่องเพชรได้เหมือนกันกับมะคำดีควาย รวมทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ซักผ้าได้อีกด้วย
  • ผลใช้ทำเป็นเครื่องประดับ
  • ในด้านการเป็นไม้ประดับ ต้นขี้หนอนจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีพุ่มใบหนา เรือนยอดออกจะกลม สามารถปลูกเพื่อร่มเงาได้ดี เมื่อผลัดใบแล้วจะออกดอกขาวบานสะพรั่ง ปลูกได้ง่ายรวมทั้งโตเร็ว ใช้พื้นที่ปลูกเพียงแค่ 3×3 เมตร
  • ในด้านการเป็นไม้ฟืนหรือถ่าน เป็นฟืนที่ให้ความร้อน 4,543 แคลอรี/กรัม เป็นถ่านที่ให้ความร้อนถึง 6,989 แคลอรี/กรัม

ตะบูนดํา สรรพคุณและคุณประโยช์จากตะบูนดำ 16 ข้อ

ตะบูนดํา

ตะบูนดํา

ตะบูนดำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Xylocarpus moluccensis (Lam.) M. Roem. จัดอยู่ในตระกูลกระท้อน (MELIACEAE)

สมุนไพรตะบูนดำ มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ตะบูน ตะบัน (ภาคกลาง, ภาคใต้) ฯลฯ

สรรพคุณของตะบูนดำ

  • ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย (ผล, เม็ด)
  • เปลือกไม้ใช้เป็นยาลดไข้ (กาบไม้)
  • ช่วยแก้อาการไอ (ผล, เม็ด)
  • เปลือกรวมทั้งผลช่วยแก้อหิวาตกโรค (ผล, เปลือก)
  • เปลือกรวมทั้งผลใช้ต้มกับน้ำ ช่วยรักษาแผลด้านในได้ (เปลือก, ผล)
  • ผลใช้ต้มกับน้ำกินช่วยแก้อาการท้องร่วง (ผล, กาบไม้)
  • ตะบูนดำช่วยแก้บิดด้วยการใช้ผลเอามาต้มกับน้ำกิน (ผล)
  • เม็ดใช้กินแก้อาการท้องเสีย (ผล, เม็ด)
  • ช่วยแก้อาการอักเสบในไส้แล้วก็อาการไม่ปกติในท้อง (กาบไม้)
  • ผลแห้งตากแห้งเผาไฟร่วมกับเห็ดพังกาและก็น้ำมันที่ทำจากมะพร้าว ใช้สำหรับทาแก้มะเร็งผิวหนัง (ผลแห้ง)
  • เปลือกรวมทั้งผลเอามาต้มกับน้ำใช้ล้างรอยแผล ช่วยชำระล้างแผลได้อย่างดีเยี่ยม (เปลือก, ผล)
  • เปลือกแล้วก็ผลใช้ต้มแล้วเอามาตำอย่างรอบคอบ ใช้พอกรักษาแผลสด แผลบวม บาดแผลฟกช้ำ เป็นหนอง (เปลือก, ผล)

 

ประโยช์จากตะบูนดำ

  • เนื้อไม้ตะบูนดำเป็นแก่นไม้ที่แข็ง มีลวดลายรวมทั้งสีที่งดงาม สามารถประยุกต์ใช้ทำเป็นเครื่องเรือนสำหรับตกแต่ง หรือทำเป็นอาคารบ้านเรือนต่างๆได้ ลำต้นสามารถประยุกต์ใช้ทำเป็นพื้นบอร์ดได้อย่างดีเยี่ยม
  • กาบไม้สามารถนำมาใช้สำหรับเพื่อการฟอกหนังสำหรับใช้เป็นหลักรองเท้าได้ (Heavy leather)
  • ประโยชน์ตะบูนดำ ใช้สำหรับทำดินสอ
  • น้ำฝาดจากเปลือก ใช้สำหรับการย้อมผ้า ย้อมแห ย้อมแห โดยจะให้สีน้ำตาล

17 สรรพคุณและก็ประโยช์จากเกรปฟรุต (Grapefruit)

เกรปฟรุต

เกรปฟรุต

เกรปฟรุต ภาษาอังกฤษ Grapefruit (ตรงตัว) สามารถสะกดได้หลายแบบ ตัวอย่างเช่น เกรฟฟรุต หรือ เกรพฟรุต หรือ เกรปฟรุ๊ต ฯลฯ เป็นผลไม้กึ่งเขตร้อนที่จัดอยู่ในสกุลส้ม (Citrus) คือผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวถึงเปรี้ยวจัด มีรสฝาดผสมนิดๆ

สรรพคุณของเกรปฟรุต

  • การกินน้ำเกรปฟรุตจะช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับร่างกาย ทั้งยังยังช่วยทุเลาอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงและก็อ่อนเพลียได้ด้วย
  • แม้คุณจับไข้ การได้กินน้ำเกรปฟรุตก็จะช่วยให้หวัดหายเร็วมากเพิ่มขึ้น
  • มีส่วนช่วยคุ้มครองป้องกันรวมทั้งรักษาโรคไข้หวัดใหญ่และก็ไข้มาลาเรีย
  • ช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทาน คุ้มครองป้องกันหวัด
  • คนที่เป็นโรคโรคเบาหวานก็กินเกรปฟรุตได้โดยสวัสดิภาพ แล้วก็ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลภายในร่างกายอีกด้วย
  • ช่วยคุ้มครองปกป้องและก็ลดการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ยั้งการเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะโรคมะเร็งไส้ และก็โรคมะเร็งปอด
  • ช่วยย่อยของกิน แก้อาการท้องอืด คุ้มครองปกป้องท้องผูก
  • ช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดโรคข้ออักเสบ
  • การกินน้ำเกรปฟรุตเสมอๆจะช่วยคุ้มครองปกป้องแล้วก็ลดการเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วในไตได้อย่างดีเยี่ยม

ประโยช์จากเกรปฟรุต

  • ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับและก็เกื้อหนุนการนอนให้ดียิ่งขึ้นได้
  • ช่วยทำนุบำรุงผิวพรรณ กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ช่วยปรับให้ผิวพรรณสดใสผ่องใส
  • กลิ่นของเกรปฟรุตสามารถช่วยลดความต้องการของกินลงได้
  • ช่วยสำหรับการลดหุ่น ด้วยเหตุว่าเกรปฟรุตมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ช่วยสำหรับเพื่อการสลายไขมันได้ ทดลองหันมากินหรือกินน้ำเกรปฟรุตทุกๆวันมอง แล้วคุณจะมองเห็นการเปลี่ยนแปลง !
  • สารต้านทานอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตมีคุณภาพสำหรับเพื่อการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
  • ช่วยให้กลิ่นเท้าหอม ด้วยการผสมเนื้อเกรปฟรุต 1 ช้อนโต๊ะ / เกลือทะเลครึ่งถ้วยกับขิงสด 1 ช้อนโต๊ะ / น้ำมันงาหรือน้ำมันอัลมอนด์ 1 ถ้วย แล้วเอามาขัดเท้า ถ้าเกิดเหลือก็สามารถเก็บเอาไว้ในตู้แช่เย็นได้นานราว 3 อาทิตย์
  • ในทางการแพทย์พบว่า เมื่อใช้เกรปฟรุตร่วมกับยารักษาโรคโรคมะเร็งจะสามารถช่วยลดการใช้ตัวยาบางประเภทลงได้ ก็เลยช่วยออมค่ารักษาพยาบาลได้อีกทางหนึ่ง
  • มีการนำผลไม้ประเภทนี้ไปใช้สำหรับในการผลิตเครื่องแต่งหน้าชนิดต่างๆหรือทำน้ำมันหอมระเหย

กันเกรา คุณประโยชน์และประโยช์จากต้นกันเกรา 25 ข้อ

กันเกรา

กันเกรา

กันเกรา ชื่อสามัญ Anan, Tembusu

กันเกรา ชื่อวิทยาศาสตร์ Fagraea fragrans Roxb. ตระกูลดอกหรีดเขา (GENTIANACEAE)

สมุนไพรกันเกรา มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า มันปลา (ภาคเหนือ ภาคอีสาน), ตำแสง ตำเสา ทำเสา (ภาคใต้), ตาเตรา (เขมร-ภาคตะวันออก), ตำมูซู ตะมะซู (มลายู-ภาคใต้) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกันเกรา

  • แก่นกันเกรา มีรสเฝื่อนฝาด ฝาด และก็ขม คุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาไขมันภายในร่างกาย (แก่น)
  • แก่นช่วยบำรุงรักษาธาตุภายในร่างกาย (แก่น)
  • คุณประโยชน์กันเกรา เปลือกต้นช่วยทำนุบำรุงเลือด (เปลือกต้น)
  • ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (แก่น)
  • ช่วยแก้เลือดทุพพลภาพ (แก่น)
  • แก่นกันเกรา มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการยั้งการเติบโตของเชื้อโรคไข้มาลาเรียประเภทฟัลซิปารัมในหลอดทดสอบได้ (แก่น)
  • ช่วยแก้ไข้จับสั่น (แก่น)
  • ช่วยแก้อาการโรคหืดไอ (แก่น)
  • ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก (แก่น)
  • ช่วยแก้อาการโรคท้องมานลงท้อง (แก่น)
  • ช่วยขับลมในกระเพาะ (แก่น)
  • ช่วยแก้มูกเลือด (แก่น)
  • ช่วยรักษาริดสีดวง (แก่น)
  • คุณประโยชน์ต้นกันเกรา แก่นช่วยทำนุบำรุงม้าม (แก่น)
  • ช่วยแก้ลักษณะของการปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนังแล้วก็ร่างกายได้ (แก่น)
  • ช่วยรักษาผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน (เปลือกต้น)
  • แก่นแล้วก็ใบเมื่อเอามาผสมกันจะใช้แก้โรคเส้นขัดข้องได้ (แก่น, ใบ)
  • ใบรวมทั้งผลมีสารค้างลอยด์ที่ชื่อว่า Gentianine ซึ่งมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการแก้ปวด แต่ว่าไม่มีฤทธิ์สำหรับการต้านทานแบคทีเรีย (ใบ, ผล)

ประโยช์จากกันเกรา

  • ใช้ปลูกไว้เป็นไม้ประดับได้ ด้วยเหตุว่ามีความสวยสดงดงามรวมทั้งดอกมีกลิ่นหอม กลิ่นไม่ฉุนไม่มีใครเหมือน ปลูกได้ไม่ยากแข็งแรงทนทาน สามารถปลูกเอาไว้ในรอบๆบ้านหรือในที่ส่วนรวมได้ อีกทั้งเป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคล 1 ใน 9 ประเภทอีกด้วย เหมือนกับ ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ ต้นทรงบาดาล ต้นสัก พะยูง ทองหลาง ไผ่สีสุก และก็ต้นขนุน ที่คนนิยมประยุกต์ใช้ในพิธีการในตอนก่อสร้างบ้านเรือนเพื่อความเป็นมงคล
  • ไม้กันเกรา เป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลที่ใช้สำหรับการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์
  • ใบอ่อนกันเกราสัตว์ป่าถูกใจรับประทานเป็นของกิน
  • ผลกันเกราใช้เป็นของกินของนกแล้วก็ค้างคาวได้
  • แก่นไม้ของต้นกันเกรามีสีเหลืองอ่อน มีเศษไม้ตรง เนื้อมีความละเอียด ตกแต่งได้ง่าย ขัดมันก็งาม ทนปลวกได้ดิบได้ดี ที่สำคัญยังเหนียวคงทนแข็งแรงอีกด้วย เหมาะสำหรับนำมาใช้ก่อสร้าง ดังเช่น วิธีการทำเสาเรือน เสารั้ว เสาสะพาน บอร์ดปูพื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง ทำรอด ตง อกไก่ เชิงชาย วงกบของประตู ห้าต่าง อุปกรณ์ทางการเกษตร มีด จอบ มีดพร้า ขวาน เครื่องตกแต่งบ้าน โต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ เครื่องกลึง เครื่องใช้สอยต่างๆกระดูกงู โครงเรือ เสากระโดงเรือ เครื่องเรือนไม้กันเกรา ทำหีบศพของคนจีน (หีบจำปา) หมอนทางรถไฟ หรือใช้ประโยชน์ในงานสลักต่างๆฯลฯ เนื่องจากรูปแบบของลำต้นนั้นลวดลายของเปลือกรวมทั้งแก่นไม้มีความงามเป็นพิเศษ
  • ดอกกันเกรานำมาใช้ในพิธีบูชาหนึ่งของการเข้านาค
  • กันเกราพืชที่มีความเป็นสิริมงคล ต้นกันเกราเป็นพืชที่มีความมงคลประเภทหนึ่ง เพราะเหตุว่ามีชื่อที่เป็นมงคล ด้วยเหตุว่ากันเกรา คือ กันสิ่งเลวร้ายทั้งหลายแหล่ไม่ให้มาทำร้ายใดๆก็ตามส่วนชื่อตำเสาก็เป็นมงคลแก่เสาบ้านไม่ให้ปลวก หรือมอด รวมถึงแมลงต่างๆมาเจาะรับประทาน (ส่วนชื่อมันปลา มาจากรูปแบบของดอกที่คล้ายกับไขมันปลาที่ลอยในถ้วยน้ำแกง)

เข็มแดง คุณประโยชน์และประโยช์จากต้นเข็มแดง 5 ข้อ

เข็มแดง

เข็มแดง

เข็มแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Ixora lobbii Loudon (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Ixora lobbii var. angustifolia King & Gamble) จัดอยู่ในตระกูลเข็ม (RUBIACEAE)

สมุนไพรเข็มแดง มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า เงาะ (สุราษฎร์ธานี), จะปูโย (มลายู-นราธิวาส), ตุโดบุโยบูเก๊ะ (มลายู), เข็มดอกแดง ฯลฯ

คุณประโยชน์ของเข็มแดง

  • รากใช้ปรุงเป็นยาบำรุงไฟธาตุ (ราก)
  • รากใช้เป็นยารักษาตาพิการ (ราก)
  • รากใช้เป็นยาแก้เสลดและก็กำเดา (ราก)
  • รากใช้เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการบวม (ราก)

ประโยช์จากเข็มแดง

  • นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับทั่วๆไปตามชนบท

กะเรกะร่อน คุณประโยชน์และคุณประโยช์จากต้นกะเรกะร่อนด้ามขาว

กะเรกะร่อน

กะเรกะร่อน

กะเรกะร่อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbidium aloifolium (L.) Sw. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cymbidium simulans Rolfe, Epidendrum aloifolium L.) จัดอยู่ในตระกูลกล้วยไม้ (ORCHIDACEAE)

สมุนไพรกะเรกะร่อน มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า เอื้องปากเป็ด (จังหวัดเชียงใหม่), เอื้องด้ามข้าว (จังหวัดลำปาง), กล้วยหางไหล (จังหวัดชุมพร), กาเรการ่อน (ภาคกลาง) ฯลฯ

คุณประโยชน์ของกะเรกะร่อน

  • ใบสดเมื่อนำไปลนไฟให้นุ่มแล้วบีบเอาน้ำมาหยอดหู แก้หูเป็นน้ำหนวก (ใบสด)
  • เม็ดประยุกต์ใช้โรยใส่แผลเพื่อดูดซับเลือดหรือใส่แผลเน่า (ชาวเมี่ยน) (ใบสด)

ประโยช์จากกะเรกะร่อน

  • นอกเหนือจากการที่จะใช้เป็นยาสมุนไพรแล้ว ยังสามารถนำปลูกเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย

ขางคันนา สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยช์จากต้นขางคันนา 5 ข้อ

ขางคันนา

ขางคันนา

ขางคันนา ชื่อวิทยาศาสตร์ Desmodium heterocarpon var. strigosum Meeuwen จัดอยู่ในตระกูลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และก็อยู่ในตระกูลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สมุนไพรขางคันนา มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ขางคันนาแดง (จังหวัดเชียงใหม่), หญ้าตืดหมา (จังหวัดลำปาง), อีเหนียวใหญ่ (ชัยภูมิ), พึงฮวย (จังหวัดชุมพร), เส่งช้างโชก (กะเหรี่ยง จังหวัดลำปาง) ฯลฯ

สรรพคุณของขางคันนา

  • ตำราเรียนยาไทยกล่าวว่า สมุนไพรขางคันนามีรสเมาเฝื่อนฝาด มีคุณประโยชน์เป็นยาแก้เด็กตัวร้อน ดับพิษตานซาง แก้กาฬมูตร (ลำต้นและก็ใบ)
  • ใช้เป็นยาแก้โรคไส้ ใช้ขับพยาธิได้ทุกหมวดหมู่ แล้วก็เป็นยาขับฉี่ (ลำต้นและก็ใบ)
  • ยาพื้นบ้านจะใช้รากขางคันนา เอามาผสมกับรากมะเดื่อดิน รวมทั้งผงปวกหาดทราย ใช้ต้มกับน้ำทีละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง เป็นยาถ่ายพยาธิ (ราก)
  • ยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบแล้วก็ลำต้นขางคันนา เอามาต้มกับน้ำอาบเป็นยาแก้บวมพอง (ลำต้นและใบ)

ประโยช์จากขางคันนา

  • ใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ โดยต้นที่แก่ 45 วัน คุณประโยชน์ทางอาหารจะประกอบไปด้วยโปรตีน 11.9-15.9%, แคลเซียม 1.26-1.49%, ธาตุฟอสฟอรัส 0.18-0.26%, โพแทสเซียม 1.17-1.26%, ADF 38.7-47.3%, NDF 45.8-54.9%, DMD 39.3-39.5%, ลิกนิน 14.2-17.7% ส่วนต้นที่แก่โดยประมาณ 75-90 วัน จะมีโปรตีน 11-12.8%, ไนเตรท 78.4-85 พีพีเอ็ม, ออกซาลิกแอซิด 14.1-22.4 มก.เปอร์เซ็นต์, แทนนิน 4.2-6.1%, ไม่โมสิน 1.17-1.54% และไม่พบไนไตรท์

สมุนไพรกะตังใบ คุณประโยชน์และประโยช์จากต้นกะตังใบ 17 ข้อ

สมุนไพรกะตังใบ

สมุนไพรกะตังใบ

สมุนไพรกะตังใบ

กะตังใบ ชื่อสามัญ Bandicoot Berry

กะตังใบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Leea indica (Burm.f.) Merr. จัดอยู่ในสกุลองุ่น (VITACEAE)

สมุนไพรกะตังใบ มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ขี้หมาเปียก (จังหวัดนครราชสีมา), ต้างไก่ (จังหวัดอุบลราชธานี), คะนางใบ (จังหวัดตราด), กะตังใบ (จังหวัดกรุงเทพ, เมืองจันท์, จังหวัดเชียงใหม่), ช้างเขิง ดังหวาย (จังหวัดนราธิวาส), บังบายต้น บั่งบายต้น (จังหวัดตรัง), โคนงจ้วม ตองต้อม (ภาคเหนือ), ไม้ชักป้าน (ไทใหญ่), เหม่โดเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ช้างเขิง (เงี้ยว), ต้มแย่แงง (เมี่ยน), อิ๊กะ (ม้ง), ช้างเขิง (ฉาน), กระตังใบ, เรือง, เขืองแข้งม้า ฯลฯ

สรรพคุณของกะตังใบ

  • รากมีรสเย็นเมาเบื่อ เป็นยาเย็น ตำรายาไทยจะใช้เป็นยาขับเหงื่อ ระงับความร้อน แก้ไข้ แก้ไข้รากสาด แก้อาการกระหายน้ำ (ราก)
  • อินโดนีเซียจะใช้สมุนไพรจำพวกนี้เป็นยาพอกหัวแก้ไข้ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  • ชาวม้งจะใช้ลำต้นต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ไอ (ลำต้น)
  • ใบนำย่างไฟให้เกรียม ใช้เป็นยาพอกศีรษะแก้วิงเวียน มึน (ใบ)
  • ทั้งยังต้นใช้ผสมกับสมุนไพรประเภทอื่น ต้มกับน้ำดื่มเป็นยารักษามะเร็งเต้านม (ทั้งต้น)
  • น้ำยางจากใบอ่อนใช้รับประทานเป็นยาช่วยย่อย (น้ำยางจากใบอ่อน)
  • รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาพาราท้อง ท้องเดิน ท้องเสีย และก็แก้บิด (ราก) (แบบเรียนยาประจำถิ่นอีสานจะใช้รากผสมกับลำต้นขมิ้นเครือ ลำต้นเมื่อยล้ามองก รวมทั้งรากตากวาง อย่างละเสมอกัน ต้มกับน้ำ
  • เดือดใช้ดื่มแก้ท้องเดิน) ส่วนชาวม้งจะใช้ส่วนของลำต้นเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการท้องเดินรวมทั้งรักษาโรคนิ่ว (ลำต้น)6
  • รากและก็ลำต้นใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้อาการฉี่ขัดและก็รักษาโรคนิ่ว (รากและก็ลำต้น)
  • รากใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น เอามาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง กระทั่งยาหมดรสฝาด จะมีคุณประโยชน์เป็นยาแก้ตกขาวของสตรี โรคมะเร็งมดลูก โรคมะเร็งไส้ (ราก)
  • ใช้ต้มรับประทานเป็นยาแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว (ราก)
  • ใบใช้ตำพอกเป็นยาแก้อาการคันหรือผื่นคันตามผิวหนัง (ใบ)
  • แพทย์ยาพื้นเมืองในจังหวัดอุบลราชธานีจะนำรากมาฝนกับสุราใช้ทารักษาแผลไฟเผา น้ำร้อนลวก (ราก)
  • รากใช้ต้มรับประทานเป็นยาพาราเมื่อยล้าตามร่างกาย (ราก)หรือจะใช้ใบเอามาตำพอกแก้ปวดเมื่อยกล้ามก็ได้ (ใบ)
  • ใบใช้ต้มอาบช่วยบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์ (ใบ)

 

ประโยช์จากกะตังใบ

  • ผลสุกใช้กินได้ และก็ใช้เป็นเหยื่อสำหรับตกปลา
  • คนดอยแดงจะใช้ใบเอามาต้มให้หมูรับประทาน
  • ใบอ่อน ยอดอ่อน ใช้กินเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือเอามาลวกหรือต้มกิน โดยจะมีรสฝาดมัน
  • นอกจากนี้ยังมีการใช้รากของต้นกะตังใบ เอามาตำใส่แผลที่มีหนองของวัว ควาย และก็ช้างอีกด้วย
  • ความเห็นล่าสุด

  • คลังเก็บ

  • หมวดหมู่

  • Meta