กระท้อน สรรพคุณแล้วก็คุณประโยชน์ของกระท้อน 14 ข้อ

กระท้อน ชื่อสามัญ Santol, Sentul, Red sentol, Yellow sentol

กระท้อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr. จัดอยู่ในตระกูลกระท้อน (MELIACEAE)

กระท้อน มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า สะตู สตียา (จังหวัดนราธิวาส), สะโต (จังหวัดปัตตานี), เตียนล่อน สะท้อน (ภาคใต้), มะติ๋น (ภาคเหนือ), มะต้อง (จังหวัดอุดรธานี, ภาคเหนือ) ฯลฯ

สายพันธุ์กระท้อน สำหรับสายพันธุ์ของกระท้อนยอดนิยมนั้นเป็นชนิดกระท้อนห่อที่มีรสหวาน ดังเช่นว่า สายพันธุ์อีล่า ปุยฝ้าย ทับทิม อินทรชิต นิ่มนวล ขันทอง เทพรส อีแดง ส่วนประเภทท้องถิ่นนั้นจะมีรสเปรี้ยว ผลเยอะแต่ว่ามีขนาดเล็ก ก็เลยนิยมเอามาทำเป็นกระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนดอง

กระท้อนคือผลไม้ที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง ก็เลยไม่ค่อยเหมาะสมนักสำหรับคนที่มีอาการป่วยด้วยโรคไต ด้วยเหตุว่าผู้เจ็บป่วยบางรายอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีภาวการณ์โพแทสเซียมสูงอยู่แล้ว ก็เลยจะต้องควบคุมการกินโพแทสเซียมเป็นพิเศษ แล้วก็สำหรับคนทั่วๆไปที่มิได้เป็นโรคไตก็ไม่สมควรประมาท เพราะเหตุว่ามีการตรวจเจอว่ากระท้อนก็มีสารฟอกขาว (สารโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์) แปดเปื้อนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากได้รับไปสู่ร่างกายในจำนวนมากจะกำเนิดอาการอักเสบตามอวัยวะที่สัมผัส ได้แก่ ปากรวมทั้งกระเพาะ รวมถึงมีลักษณะอาการแน่นหน้าอก เจ็บท้อง คลื่นไส้อีกด้วย

สรรพคุณของกระท้อน

  • ใช้ทำเป็นยาธาตุ (ราก)
  • ใช้ใบสดต้มอาบแก้ไข้ (ใบ)
  • ช่วยขับเหงื่อ (ใบ)
  • รากกระท้อนช่วยแก้บิด (ราก)
  • ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ราก)
  • ใช้ทำเป็นยาขับลม (ราก)
  • กระท้อนมีสรรพคุณใช้เป็นยาฝาดสมาน (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน (เปลือก)
  • หลายส่วนของกระท้อนมีสรรพคุณออกฤทธิ์แก้อาการอักเสบ
  • สารสกัดจากเมล็ดกระท้อนมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง
  • สารสกัดจากกิ่งกระท้อนมีผลยับยั้งมะเร็งในหลอดทดลองได้

ประโยชน์ของกระท้อน

  • กระท้อนมีประโยชน์ ผลใช้รับประทานเป็นอาหาร ใช้ทำอาหารคาวหวานได้หลากชนิด เช่น แกงคั่ว แกงฮังเล ผัด ตำกระท้อน ส่วนอาหารหวานก็เช่น กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนดอง กระท้อนกวน กระท้อนแช่อิ่ม เยลลี่กระท้อน แยมกระท้อน น้ำกระท้อน หรือใช้กินเป็นผลไม้สดก็ได้เช่นกัน (ผล)
  • ประโยชน์กระท้อน ลำต้นใช้ทำเป็นไม้ใช้สอยต่าง ๆ เช่น ทำไม้กระดาน เป็นต้น (ต้น)
  • ประโยชน์ของกระท้อน กระท้อนเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว มีฤทธิ์เย็น จึงเหมาะกับผู้ที่เกิดในเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม ซึ่งธาตุเจ้าเรือนอยู่ในธาตุน้ำ

 

แหล่งที่มา.. medthai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

  • ความเห็นล่าสุด

  • คลังเก็บ

  • หมวดหมู่

  • Meta